5 วิธีช่วยทำให้คุณบริหารเวลาได้ดีขึ้น

5 วิธีช่วยทำให้คุณบริหารเวลาได้ดีขึ้น

การบริหารเวลา มีความสำคัญอย่างมากกับคนในทุกยุคทุกสมัย โดยเฉพาะผู้ที่ไขว่คว้าหาความสำเร็จ ถ้าต้องการทำให้ทุกนาทีถูกใช้ไปอย่างเป็นประโยชน์ คุณควรใช้วิธีช่วยทำให้สามารถจัดการกับเวลาของตัวเองได้ดีมากขึ้น ดังนั้นจึงขอแนะนำ 5 วิธีดังต่อไปนี้ 1.ทำตารางชีวิตการจัดตารางเวลาให้เป็นจะช่วยทำให้คุณสามารถเข้าใจถึงการบริหารเวลาที่ถูกต้องและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยให้คุณจัดตารางตั้งแต่ช่วงเช้ามาจนถึงช่วงก่อนนอน พร้อมระบุเวลาต่าง ๆ ไว้ให้ชัดเจนที่สุด มีการทำทุกกิจกรรมอย่างเคร่งครัด ห้ามเกินเวลาไปมากกว่าที่จัดตารางไว้ แต่ถ้าต้องเกินด้วยเหตุจำเป็นควรเกินไปเพียงแค่ 5-10 นาที เพื่อจะไม่ไปเบียดเวลาของการทำกิจกรรมอื่น ๆ ต่อไป 2.ทำทุกกิจกรรมอย่างตรงเวลาเมื่อมีตารางเวลาที่ชัดเจนแล้ว ควรบังคับตัวเองให้ทำทุกกิจกรรมอย่างตรงเวลามากที่สุด ไม่ควรกินเวลาของช่วงอื่น ๆ เพราะจะทำให้ชีวิตของคุณกลายเป็นคนผัดวันประกันพรุ่งได้ง่ายมากขึ้น ดังนั้นจึงต้องทำตามตารางอย่างเคร่งครัดที่สุด ถ้าภายในวันนี้ทำไม่ทัน​ ก็ให้คุณเพิ่มเวลาในวันต่อไปให้มากขึ้น แล้วจัดตารางให้ถูกต้องไปเรื่อย ๆ ซึ่งจะทำให้คุณสามารถวางแผนเรื่องกิจกรรมต่าง ๆ ให้เสร็จตรงตามเวลาได้ง่ายกว่าเดิม 3.กิจกรรมยามเช้าสำคัญที่สุดสำหรับผู้ที่ประสบความสำเร็จแล้วจะมองว่ากิจกรรมในยามเช้ามีความสำคัญมากที่สุด เพราะเป็นช่วงที่ร่างกายจะตื่นตัวและสามารถรับข้อมูลต่าง ๆ ได้ง่าย ถ้ากิจกรรมยามเช้าดีย่อมทำให้สมองสดใสและร่างกายแข็งแรงตลอดทั้งวัน ดังนั้นคุณจึงควรจัดตารางเวลาช่วงเช้าไว้รอ เช่น การอาบน้ำ, ออกกำลังกาย, การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์, การนั่งพัก, การอ่านหนังสือ หรือการฟังเพลงที่ทำให้คุณมีความสุขมากที่สุด 4.เตรียมพร้อมก่อนทำจริงสำหรับผู้ที่บริหารเวลาเป็นและมีแนวโน้มจะประสบความสำเร็จ มักจะเตรียมพร้อมในทุก ๆ เรื่องก่อนการทำจริงในวันต่อไปเสมอ เช่น การจัดตารางเวลา, การเตรียมอาหารเช้า, การเตรียมเสื้อผ้า …

พักผ่อนเต็มอิ่มด้วย 5 เทคนิคผ่อนคลายความเครียดช่วงก่อนนอน

พักผ่อนเต็มอิ่มด้วย 5 เทคนิคผ่อนคลายความเครียดช่วงก่อนนอน

เชื่อว่าหลายคนน่าจะทราบดีอยู่แล้วว่า อาการนอนไม่หลับส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาว เพราะจะทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย ความจำสั้น และไม่มีสมาธิ สำหรับสาเหตุยอดนิยมที่ทำให้คนนอนไม่หลับ ได้แก่ ปัญหาความเครียด เพราะฉะนั้นลองมาดูกันว่าจะมีวิธีอะไรที่ช่วยผ่อนคลายความเครียดช่วงก่อนนอนได้เป็นอย่างดีบ้าง 5 เทคนิคผ่อนคลายความเครียดช่วงเวลาก่อนนอน 1.กำหนดลมหายใจการกำหนดลมหายใจถือเป็นเรื่องง่ายสำหรับคนที่นั่งสมาธิเป็นประจำอยู่แล้ว โดยการกำหนดลมหายใจคือการหายใจเข้าและออกอย่างช้า ๆ และสม่ำเสมอ ซึ่งช่วยให้จิตใจจดจ่อกับลมหายใจ ทำให้มีสมาธิมากขึ้น ส่งผลให้อาการกังวลเรื่องต่าง ๆ น้อยลง หรือบางคนอาจใช้วิธีสวดมนต์ก็ได้เช่นกัน เพราะการสวดมนต์ทำให้จดจ่อกับบทสวด ซึ่งจะทำให้จิตใจผ่อนคลายและมีสมาธิ 2.จิบน้ำผึ้งผสมน้ำอุ่นเป็นที่ทราบกันดีว่าน้ำผึ้งธรรมชาติอัดแน่นด้วยประโยชน์มากมาย การผสมน้ำผึ้งประมาณ 1 ช้อนชากับน้ำอุ่นและดื่มก่อนนอนจะช่วยคลายความเครียดได้อย่างไม่น่าเชื่อ เพราะน้ำผึ้งจะทำหน้าที่กระตุ้นสมองให้หลั่งสารซีโรโทนินออกมา ส่งผลให้สมองผ่อนคลายจากเรื่องราวน่าปวดหัวได้เป็นอย่างดี 3.แช่น้ำอุ่นบ้านใครมีอ่างอาบน้ำแนะนำให้ใช้วิธีนี้เลย เพราะน้ำอุ่นจะช่วยให้ร่างกายผ่อนคลาย กระตุ้นการไหลเวียนของเลือด และทำให้รู้สึกสบายตัวรวมถึงสบายใจยิ่งขึ้น โดยควรใช้เวลาแช่น้ำอุ่นประมาณ 20-30 นาที หากเป็นไปได้อย่าลืมเลือกครีมอาบน้ำกลิ่นที่ทำให้ร่างกายผ่อนคลาย เพื่อความสบายมากยิ่งขึ้น 4.เปิดเพลงคลอเบา ๆเสียงเพลงนับเป็นตัวช่วยชั้นยอดสำหรับคนที่อยากหลับง่ายและต้องการผ่อนคลายความเครียดช่วงก่อนนอน ไม่ว่าจะเป็นแนวเพลงประเภทใดก็ฟังได้หากเป็นเพลงที่ชื่นชอบและฟังแล้วสบายใจ แต่ถ้าจะให้ดีแนะนำให้เป็นเพลงบรรเลงและหลีกเลี่ยงบทเพลงเร็วหรือบทเพลงจังหวะหนัก ๆ เพราะอาจทำให้ร่างกายตื่นตัวจนนอนไม่หลับก็เป็นได้ 5.เลือกใช้น้ำมันหอมระเหยตัวช่วยชั้นดีที่หลายคนนิยมนำมาใช้บำบัดจิตใจช่วงก่อนนอน ใช้งานง่ายเพียงจุด หยด หรือฉีดให้ฟุ้งในอากาศ สำหรับกลิ่นที่ออกแบบมาเพื่อการนอนหลับสบายคลายเครียด ขอแนะนำกลิ่นลาเวนเดอร์ ตัวช่วยให้ร่างกายและจิตใจสงบนิ่ง ลดความกังวล กลิ่นยูคาลิปตัส เพิ่มบรรยากาศผ่อนคลาย เพิ่มความสดชื่นให้แก่ห้อง …

4 เครื่องใช้ไฟฟ้าสุดล้ำ ที่คนยุคนี้ต้องมี

4 เครื่องใช้ไฟฟ้าสุดล้ำ ที่คนยุคนี้ต้องมี

เครื่องใช้ไฟฟ้า เป็นหนึ่งในตัวช่วยสำคัญที่ทำให้ทุกคนภายในบ้านใช้ชีวิตได้อย่างสะดวกมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเครื่องซักผ้า, จอโทรทัศน์ และเครื่องใช้ภายในครัว ที่สามารถทำให้คุณทำทุกกิจกรรมได้อย่างคล่องตัว แต่เมื่อนวัตกรรมเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของอุปกรณ์ไฟฟ้าต่าง ๆ และทำให้ล้ำสมัยมากขึ้น จึงตอบโจทย์การใช้งานของคนยุคนี้ได้ดีกว่าเดิม ดังนั้นลองมาดู 4 อุปกรณ์เกี่ยวกับไฟฟ้าที่ล้ำกว่าเดิมและคนยุคนี้ต้องรู้จัก คือ 1.จอทีวีอัจฉริยะหนึ่งในเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีความสุดล้ำมาเป็นอันดับต้น ๆ คือ จอทีวีอัจฉริยะที่นอกจากจะสามารถให้การดูช่องเคเบิ้ลตามปกติได้แล้ว ยังเชื่อมต่อสู่สัญญาณอินเทอร์เน็ตเพื่อรับชมรายการต่าง ๆ ภายในโลกออนไลน์ได้ทุกรายการ พร้อมสั่งการทุกอย่างผ่านทางสมาร์ทโฟนได้อย่างสะดวก ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนช่องหรือเปลี่ยนเรื่องราวใด นอกจากนี้ยังสามารถดึงคุณเข้าสู่ข่าวสารสำคัญต่าง ๆ อย่างรวดเร็ว หรือจะแบ่งครึ่งจอเพื่อดู 2 รายการพร้อมกัน รวมไปถึงการบอกพยากรณ์อากาศและข่าวเกี่ยวกับหุ้นหรือการลงทุนภายในจอเดียวกันได้โดยไม่มีสะดุดอีกด้วย 2.หุ่นยนต์รักษาความปลอดภัยหุ่นยนต์รักษาความปลอดภัยเป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมรุ่นใหม่ของคนยุคนี้ที่กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบของหุ่นยนต์กล้องวงจรปิดที่ถูกติดตั้งไว้จุดใดจุดหนึ่งของบ้าน โดยมีลักษณะคล้ายคลึงกับตุ๊กตาตั้งโชว์ทั่วไป แต่ภายในดวงตาของตุ๊กตาเป็นกล้องและเป็นเซ็นเซอร์ที่จะตรวจจับความเคลื่อนไหวทุกสิ่งอย่างแม่นยำ นอกจากนี้ยังถูกทำออกมาให้เป็นหุ่นยนต์แบบลูกบอลที่สามารถกลิ้งไปได้ทั่วบ้าน เพื่อการตรวจสอบความผิดปกติของสถานการณ์ภายในทุกซอกทุกมุมของบ้าน พร้อมการมีเซ็นเซอร์ที่จะตรวจจับความเคลื่อนไหวทุกส่วนได้แม่นยำที่สุด สามารถส่งเสียงเพื่อการพูดคุยกับผู้ที่อยู่ภายในบ้านหรือสัตว์เลี้ยงได้อีกด้วย 3.ผ้าม่านไฟฟ้าผ้าม่านไฟฟ้าจะช่วยให้ผู้ที่ไม่มีเวลาตากผ้าได้ใช้ชีวิตสะดวกมากยิ่งขึ้น เพราะคุณไม่จำเป็นต้องนำผ้าออกนอกบ้านในช่วงไม่อยู่อีกต่อไป เพียงแค่ตากผ้าไว้ใกล้กับหน้าต่างแล้วสั่งผ้าม่านไฟฟ้าผ่านทางระบบสมาร์ทโฟนหรือเป็นการตั้งเวลาไว้ เมื่อถึงเวลาแล้วรางผ้าม่านจะเปิดและปิดเองอัตโนมัติ เพื่อทำให้เสื้อผ้าของคุณได้รับแสงแดดอย่างเต็มที่ ดังนั้นจึงไม่ต้องเสี่ยงต่อเสื้อผ้าปลิวหายหรือถูกฝนแต่อย่างใด 4.เครื่องดูดฝุ่นอเนกประสงค์เครื่องใช้ไฟฟ้ายอดนิยมของยุคนี้ต้องยกให้กับเครื่องดูดฝุ่นอเนกประสงค์ ที่มาทั้งรูปแบบเครื่องอัตโนมัติ ดีไซน์สุดแสนน่ารักและมีความทันสมัย สามารถวิ่งได้ทั่วบ้านเพื่อตรวจจับและดูดฝุ่นอย่างรวดเร็ว ซึ่งในขณะเดียวกันเครื่องดูดฝุ่นแบบมีมือจับก็ถูกพัฒนาให้มีพลังการดูดมากขึ้น พร้อมรูปแบบการใช้งานที่หลากหลายกว่าเดิม ไม่ว่าจะเป็นมือจับดูดฝุ่นบนโต๊ะ, บนเบาะโซฟา, พรม หรือแม้กระทั่งเบาะในรถแบบหนึ่งเดียว …

วิธีเสริมสร้างบุคลิกภาพง่าย ๆ ให้ปังแบบสุด ๆ

วิธีเสริมสร้างบุคลิกภาพง่าย ๆ ให้ปังแบบสุด ๆ

ในทุกวันนี้การใช้ชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน การทำกิจกรรมภายนอกบ้าน เราคงหลีกเลี่ยงการที่จะพบปะผู้คนไม่ได้ เช่นนั้นแล้ว เรื่องของบุคลิกภาพจึงเป็นสิ่งที่มีความสำคัญมาก อย่างที่เราจะสังเกตเห็นได้ว่าคนที่มีบุคลิกภาพดี การวางตัวที่ดี มักจะมีความน่าสนใจ น่าที่จะทำความรู้จัก พูดคุยด้วยมากกว่าผู้ที่มีบุคลิกภาพไม่ดี ด้วยเหตุนี้เองการที่เรามีการพัฒนาตนเองเพื่อเสริมสร้างบุคลิกภาพให้ดียิ่งขึ้น จึงเป็นแนวทางที่เหมาะสมสำหรับทุกคน วิธีการแรกก็คือ การแต่งหน้า ทำผมให้ถูกต้องตามกาลเทศะและมีความเป็นตัวของตนเอง สาว ๆ หลาย ๆ คนที่ไม่ชอบแต่งหน้า ปล่อยหน้าสดเป็นประจำ ต้องบอกเลยว่าสำหรับนัดสำคัญ การทำงาน คงไม่เหมาะสมเท่าไหร่นัก รวมทั้งการปล่อยผมให้มีความยุ่งเหยิงอยู่ตลอด ก็จะทำให้เราดูไม่น่ามองและยังทำให้ดูไม่มีความพร้อม ขาดความเป็นมืออาชีพ โดยการแต่งหน้าสำหรับการใช้ชีวิตประจำวันนั้นไม่จำเป็นที่จะต้องแต่งหน้าเข้มเสมอไป เพียงแค่แต่งแต้มใบหน้าให้มีความสดใส มีสีสันมากขึ้นเท่านั้น เพื่อจัดระเบียบใบหน้าให้ดูสวยงามมีความลงตัวมากยิ่งขึ้น ยกตัวอย่างเช่น มีการทาแป้ง ปัดแก้ม เขียนคิ้ว ทาลิปสติกสีอ่อน ๆ ให้ใบหน้าดูไม่ซีดเซียวหรือดูโทรมจนเกินไป ในส่วนของทรงผมก็เป็นการเก็บผมให้เรียบร้อย ไม่ว่าจะเป็นการมัดผม หรือรวบผมครึ่งศีรษะ เป็นต้น หรือถ้าหากต้องการปล่อยผมก็ควรไดร์ผมให้เป็นทรงสวยงามเข้ากับใบหน้าของตนเอง วิธีการที่สองก็คือ การใส่เสื้อผ้าที่สะอาด ดูดี และเข้ากับตัวเอง การเลือกเสื้อผ้าให้เข้ากับรูปร่างของตัวเองถือเป็นสิ่งที่จะช่วยให้รูปร่างของเราดูดีขึ้น อย่างใครที่มีรูปร่างอวบไม่กล้าที่จะแต่งตัว เราสามารถเลือกเสื้อผ้าที่ช่วยอำพรางจุดบกพร่องต่าง ๆ แล้วเสริมจุดเด่นให้มากยิ่งขึ้น เช่น การเลือกเสื้อผ้าที่ไม่รัดรูปจนเกินไป …

สาระน่ารู้เกี่ยวกับ “มัลแวร์” (Malware) และวิธีป้องกันง่าย ๆ ที่ใครก็ทำได้

ภัยคุกคามจากมัลแวร์,Malicious Software,ภัยคุกคามในโลกไซเบอร์

ปัจจุบัน ภัยคุกคามในโลกไซเบอร์และสื่อออนไลน์ทวีความน่ากลัวและอันตรายมากขึ้น โดยเฉพาะภัยคุกคามจากการโดน “มัลแวร์” (Malware) ซึ่งมักเข้าโจมตีคอมพิวเตอร์ของเราจนทำงานได้ไม่เหมือนเดิม หรือบางกรณีก็ถูกรบกวนจนการทำงานผิดปกติ ล่าช้า จนถึงขั้นเปิดระบบปฏิบัติการไม่ติดไปเลยก็มี ซึ่งนอกจากจะเสียทั้งเวลาและเสียทั้งเงินแล้ว ยังอาจเสี่ยงก่อการถูกล้วงข้อมูลส่วนตัวที่อยู่ในระบบคอมพิวเตอร์ของเราอีกด้วย ดังนั้น เพื่อให้ทุกคนมีความรู้เท่าทันกับภัยคุกคามนี้ วันนี้เราก็มี สาระน่ารู้เกี่ยวกับ “มัลแวร์” (Malware) และวิธีป้องกันง่าย ๆ ที่ใครก็ทำได้มาฝากกัน ซึ่งจะทำให้คุณได้รู้จักมัลแวร์มากขึ้น และป้องกันคอมพิวเตอร์ของคุณให้ปลอดจากมัลแวร์ได้ มัลแวร์คืออะไรและมาจากไหน?มัลแวร์ หรือชื่อเต็ม ๆ ว่า “Malicious Software” เป็นซอฟแวร์ขนาดเล็กที่ถูกออกแบบมาเพื่อแทรกแซงการทำงานของระบบคอมพิวเตอร์โดยมีวัตถุประสงค์ต่าง ๆ เช่น ล้วงข้อมูล, ลบข้อมูล, ก่อกวนการทำงานของระบบ ฯลฯ ซึ่งสามารถแพร่กระจายได้ผ่านทางการเชื่อมต่อฮาร์ดแวร์ภายนอก อย่าง แฟลชไดร์ฟ หรือการเชื่อมต่อไร้สายทางอินเทอร์เน็ต โดยเฉพาะตามเว็บไซต์ที่ให้บริการดาวน์โหลดไฟล์ต่าง ๆ ซึ่งมักจะมีมัลแวร์ติดมาด้วยโดยที่เราไม่รู้ตัว โดยมัลแวร์แบ่งได้เป็นหลายประเภท แต่จะขอยกตัวอย่างประเภทที่รู้จักกันดี ได้แก่ 1.ไวรัส (Virus): มักแฝงตัวมากับโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่เราดาวน์โหลดมาติดตั้งทางอินเทอร์เน็ต ซึ่งมีตั้งแต่ไวรัสที่คอยก่อกวนการทำงาน, ไวรัสล้วงข้อมูล ไปจนถึงไวรัสทำลายระบบคอมพิวเตอร์ 2.โทรจัน (Trojan): เป็นมัลแวร์ที่มีความเหนือชั้นไปอีกขั้น โดยมันจะตีเนียนหลอกว่าเป็นโปรแกรมที่ปลอดภัย …

4 วิธีรับมือ เมื่อต้องร่วมงานกับคนที่เราไม่ชอบ

4 วิธีรับมือ เมื่อต้องร่วมงานกับคนที่เราไม่ชอบ

ในสังคมของการทำงาน เราต้องเจอกับเพื่อนร่วมงานที่ทั้งดีและไม่ดี ทั้งที่เราชอบและไม่ชอบ ถ้าเลือกได้เราก็อยากทำงานกับคนที่เราชอบเท่านั้น แต่ในความเป็นจริง มีหลายต่อหลายครั้งที่เราต้องร่วมงานกับคนที่เราไม่ชอบ และไม่ว่าจะด้วยเหตุผลหรือมีความจำเป็นอันใดก็ตาม ที่ทำให้เราต้องมารับผิดชอบงานที่ทำร่วมกัน เราจะมีวิธีการรับมือกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นแบบนี้อย่างไร ลองมาเรียนรู้ 4 วิธีรับมือเมื่อต้องร่วมงานกับคนที่เราไม่ชอบกัน อยู่ให้ห่าง เว้นช่องว่างระหว่างกันเข้าไว้เป็นเรื่องธรรมดาของคนที่ไม่ชอบหรือไม่ถูกกัน ที่มักจะต่างคนต่างอยู่ไม่ยุ่งเกี่ยวกัน แต่ถ้าวันหนึ่งต้องมาทำงานร่วมกัน จากที่เคยต่างคนต่างอยู่ เว้นระยะห่างระหว่างกัน อาจจะใช้ไม่ได้เสียแล้วกับสถานการณ์แบบนี้ สิ่งที่คนทำงานแบบมืออาชีพเขาทำกันนั่นก็คือ ทำงานตามหน้าที่ที่ตัวเองรับผิดชอบไป และก็คุยเฉพาะที่จำเป็นต้องคุยเท่านั้น ไม่คุยนอกเรื่องเพราะอาจทำให้เกิดประเด็นปัญหาใหม่ เมื่อมีสิ่งที่ต้องพูดคุยรายละเอียดของงานหรือจะประชุม หรือมีประเด็นที่ต้องปรึกษากันก็คุยปกติ เมื่อได้คำตอบก็เดินออกมา นั่งทำงานตามหน้าที่ของเราต่อไป แยกแยะระหว่างเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวสิ่งสำคัญที่ทำให้คนที่เกลียดกัน ไม่สามารถทำงานร่วมกันได้เลย นั่นก็คือ การไม่แยกแยะเรื่องส่วนตัวและเรื่องงานออกจากกัน บางคนเกลียดกันเพราะเรื่องส่วนตัว แล้วก็พาลมามีปัญหาในเรื่องของงานตามไปด้วย ดังนั้น เมื่อต้องร่วมงานกัน เราต้องบอกตัวเองให้ได้ว่า แยกปัญหาที่เป็นเรื่องส่วนตัวออกจากเรื่องงานให้ได้ก่อน สิ่งไหนที่จำเป็นต้องคุยก็ต้องคุย อย่าเอาเรื่องอคติส่วนตัวมาผูกเข้ากับเรื่องงาน เราต้องแยกความรู้สึกออกให้ได้อย่างชัดเจน เพราะสิ่งนี้มันบ่งบอกถึงความเป็นมืออาชีพของตัวเราเอง ไม่สนใจเรื่องอื่น โฟกัสแต่เรื่องงานอย่างเดียวไม่ว่าปัญหาระหว่างเรากับคนที่เราไม่ชอบ จะมีสาเหตุมาจากเรื่องใดก็ตาม หากต้องทำงาน ก็ตัดเรื่องความไม่ชอบใจไม่พอใจออกไป แล้วโฟกัสเฉพาะจุด สนใจแต่เนื้อหาของงานอย่างเดียวก็พอ เพื่อให้เราทำงานต่อไปได้ หากเราเอาเรื่องความไม่ชอบ ความเกลียดมาอยู่กับเราทุกขณะเสียแล้ว สิ่งที่ตามมาก็คือ ใจเราเองที่จะเป็นทุกข์ ซึ่งเราไม่รู้เลยว่าคนที่เราไม่ชอบนั้นเขาจะรู้ตัวไหมว่าเราไม่ชอบ เราอาจจะคิดและรู้สึกไปเองฝ่ายเดียวก็เป็นได้ …

เปิดเทคนิคช้อปปิ้งออนไลน์แบบไหนที่ให้ทั้งความประหยัดและคุ้มค่า

เปิดเทคนิคช้อปปิ้งออนไลน์แบบไหนที่ให้ทั้งความประหยัดและคุ้มค่า

การช้อปปิ้งออนไลน์กลายเป็นเทรนด์ยุคใหม่ที่เติบโตอย่างรวดเร็วมากในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ผู้คนต่างหันมาซื้อสินค้าและบริการผ่านระบบออนไลน์มากกว่าการเดินไปซื้อตามร้านหรือห้างสรรพสินค้าเหมือนแต่ก่อน เพราะสะดวกรวดเร็วและสอดรับกับไลฟ์สไตล์ในยุคดิจิทัล ในขณะที่ผู้ค้าค่ายต่าง ๆ ก็พยายามนำกลยุทธ์ทางการตลาดทุกรูปแบบเข้ามากระตุ้นยอดขายออนไลน์กันอย่างหนัก โดยเฉพาะการกระหน่ำลดราคาในโอกาสสำคัญ ๆ เช่นวันคนโสด หรือวันที่ 11 เดือน 11 ซึ่งเป็นเทศกาลลดราคาสินค้าครั้งใหญ่ในประเทศจีน คนจำนวนมากชื่นชอบการซื้อสินค้าออนไลน์และได้สั่งซื้อสินค้าอย่างต่อเนื่อง จนบางครั้งก็ต้องมานั่งกลุ้มใจกับค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นโดยไม่รู้ตัว รวมถึงบางครั้งยังได้สินค้าที่ไม่ได้คุณภาพอย่างที่คาดหวังด้วย ดังนั้น เพื่อให้การช้อปปิ้งออนไลน์เป็นไปอย่างคุ้มค่าและได้ของที่ถูกใจ นักช้อบทั้งหลายควรใช้เทคนิคเหล่านี้ไปช่วยในการสั่งซื้อสินค้าทางอินเทอร์เน็ตทุกครั้ง 1.เปรียบเทียบราคาสินค้าจากหลาย ๆ ร้านก่อนตัดสินใจซื้อ วิธีนี้ถือว่าเป็นการถอดแบบมาจากการเดินช้อปปิ้งตามร้านค้าต่าง ๆ ซึ่งคนซื้อจะต้องเทียบราคาก่อนว่าร้านใดตั้งราคาขายถูกที่สุด ทั้งนี้การเทียบราคาขายออนไลน์นั้นจะต้องไม่ลืมคำนวนค่าขนส่งสินค้าด้วย บางร้านตั้งราคาสินค้าถูกก็จริงแต่มีค่าส่งค่อนข้างสูง เมื่อคำนวนรวมเบ็ดเสร็จออกมาแล้วก็อาจแพงกว่าร้านอื่นก็ได้ 2.อ่านรีวิวให้มาก การรีวิวหรือการแสดงความเห็นของคนซื้อสินค้าถือเป็นการแชร์ประสบการณ์ที่มีต่อร้านค้าและสินค้าในร้าน ซึ่งจะช่วยในการตัดสินใจได้ดีขึ้น หากเป็นร้านค้าที่ถูกรีวิวตำหนิในเรื่องคุณภาพสินค้าหรือการขาย ก็ควรพิจารณาให้รอบคอบก่อนตัดสินใจซื้อ 3.ถามรายละเอียดเพิ่มเติมให้ชัดเจนก่อนตัดสินใจซื้อ โดยเฉพาะในกรณีการซื้อเสื้อผ้า ซึ่งจะต้องมีเรื่องของไซส์หรือขนาดเข้ามาเกี่ยวข้อง จะต้องมีการซักถามให้เข้าใจชัดเจนก่อนตัดสินใจสั่งซื้อ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาตามมาได้ ทั้งนี้เนื่องจากแต่ละร้านค้าจะมีการกำหนดมาตรฐานของไซส์ที่แตกต่างหรือคลาดเคลื่อนไปจากมาตรฐานได้ 4.พิจารณาความน่าเชื่อถือของร้านค้า เรื่องนี้สามารถดูได้จากการโพสต์ประกาศสินค้าว่ามีอย่างสม่ำเสมอหรือไม่ หรือลองซักถามผู้ขายเกี่ยวกับตัวสินค้าแล้วดูว่าผู้ขายตอบกลับมาเร็วหรือไม่ รวมถึงสามารถเช็คความน่าเชื่อถือได้จากการรีวิวของคนซื้อรายอื่น ๆ ได้ด้วยเช่นกัน 5.เช็คส่วนลดต่าง ๆ ของทางร้านหรือการจัดโปรโมชัน การขายสินค้าออนไลน์ยังคงต้องใช้กลยุทธ์ทางการตลาดเพื่อดึงลูกค้าเหมือนกับการค้าขายแบบปกติทั่วไป ดังนั้นร้านค้าออนไลน์แต่ละแห่งมักจะมีการให้โค้ดส่วนลด, โปรโมชันส่งฟรี และโปรโมชันอื่น …

เมนูอาหารมื้อเร่งด่วนสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์

เมนูอาหารมื้อเร่งด่วนสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์

ในยุคปัจจุบันผู้หญิงต้องออกไปทำงานนอกบ้าน ทำให้มีคุณแม่ตั้งครรภ์จำนวนไม่น้อยที่ต้องรีบออกไปทำงานในตอนเช้า เมนูอาหารเหล่านี้จะช่วยให้คุณแม่ตั้งครรภ์สามารถดูแลเรื่องอาหารการกินในช่วงเช้าได้เร็วและได้รับสารอาหารที่ครบถ้วน ข้าวกล้อง + ต้มจืดตำลึงเมนูอาหารจานนี้เป็นเมนูที่ทำง่าย อิ่มท้องและยังทำให้ได้รับสารอาหารจากโปรตีน ไขมันและคาร์โบไฮเดรตอย่างครบถ้วน เริ่มจากการเลือกรับประทานข้าวกล้อง เนื่องจากภายในข้าวกล้องมีไฟเบอร์ วิตามินและทำให้อิ่มท้องได้นานกว่า รับประทานกับต้มจืดตำลึงที่ทำได้ง่าย ๆ เริ่มจากการต้มน้ำให้เดือด ปรุงรสด้วยเกลือและซีอิ๊ว ตามด้วยหมูบดหรือหมูสับปั้นเป็นก้อนที่ปรุงรสง่าย ๆ ด้วยการใส่ 3 เกลอ (กระเทียม, รากผักชี และพริกไทย) และซีอิ๊วเพียงเล็กน้อย คลุกเคล้าให้เข้ากัน ใส่ลงไปในน้ำซุปเดือดจัด รอจนกว่าหมูจะสุกแล้วจึงเติมตำลึงลงไป ปิดไฟพร้อมเสิร์ฟ ผักผักรวมกุ้งราดข้าวนำผักที่คุณแม่ชอบสัก 2 – 3 ชนิด มาล้างให้สะอาดและหั่นให้เรียบร้อย แกะเปลือกกุ้ง หรือใช้กุ้งแกะแล้วที่มีขายตามท้องตลาดนำมาทำความสะอาดพักเตรียมไว้ ตามด้วยกระเทียมทุบ เริ่มลงมือทำด้วยการตั้งไฟกลาง ใส่น้ำมันเพียงเล็กน้อย เมื่อน้ำมันร้อนได้ที่ใส่กระเทียบทุบลงไป ตามด้วยผักที่สุกยากและกุ้ง ปรุงรสด้วยน้ำตาล ซีอิ๊วและน้ำมันหอยเพียงเล็กน้อย คลุกเคล้าให้เข้ากัน ตามด้วยผักที่สุกง่าย เมื่อผักสุกเรียบร้อย ตักราดใส่ข้าวกล้องที่เตรียมไว้ ไข่ตุ๋นหมูสับวุ้นเส้นเป็นเมนูที่มีทั้งวัตถุดิบและใช้เวลาปรุงน้อยมาก เริ่มจากการตอกไข่ 2 ฟองลงในถ้วย ตีไข่ให้เข้ากัน ใส่หมูสับและวุ้นเส้นลงไป จากนั้นปรุงรสด้วยซีอิ๊วเพียงเล็กน้อย นำไปนึ่งประมาณ …

อยากเปิดร้านเสริมสวยให้คนเข้าร้านแน่นทั้งวัน ต้องทำอย่างไร

อยากเปิดร้านเสริมสวยให้คนเข้าร้านแน่นทั้งวัน ต้องทำอย่างไร

หากสังเกตดูจะพบว่ามีร้านเสริมสวยตั้งอยู่ในถนนทุกเส้น แม้แต่ในห้างสรรพสินค้ายังมีร้านเสริมสวยมากกว่า 1 ร้าน ที่พร้อมให้บริการตลอดเวลาห้างเปิด แต่อย่างไรก็ตาม แต่ละร้านจะมีปริมาณลูกค้าเข้าออกไม่เท่ากัน บางร้านมีคนต่อคิวแน่น ขณะที่บางร้านแทบไม่มีคนเลย แสดงว่าต้องมีหลายปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจมาใช้บริการแต่ละร้าน ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่ต้องการทำกิจการร้านเสริมสวยของตัวเองให้มีลูกค้ามาก ๆ ขอเชิญศึกษาเทคนิคว่าทำอย่างไรร้านถึงจะมีคนแน่นตลอดเวลา 1.เลือกทำเลที่ดีทำเลถือว่าเป็นสิ่งสำคัญสำหรับธุรกิจร้านเสริมสวย โดยควรเลือกทำเลในห้างสรรพสินค้าหรืออยู่ติดถนนที่มีคนเดินผ่านไปมามาก ยิ่งอยู่ในย่านชุมชน ตลาด สถาบันการศึกษา ออฟฟิศ เสริมรถไฟฟ้า ฯลฯ ที่มีจำนวนนักศึกษา คนวัยทำงาน พนักงานประจำที่ต้องการเสริมบุคลิกภาพให้ดูดีมากเท่าไหร่ คุณก็มีโอกาสที่จะได้ลูกค้ามาใช้บริการตลอดเวลาเปิดร้านมากเท่านั้น 2.มีบริการแบบครบวงจรร้านเสริมสวยยุคใหม่ ควรมีบริการหลากหลาย เช่น ตัด-ดัด-ทำสีผม สระ-ซอยผม ทาสีเล็บ-ต่อเล็บแฟชั่น นวดหน้าผ่อนคลายและกระชับใบหน้า นวดตัว นวดเท้า ฯลฯ ยิ่งมีบริการมากเท่าใด ลูกค้าจะประทับใจและอยากมาที่ร้านเพื่อทำให้บุคลิกภาพดูดีตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าในร้านคุณที่เดียว 3.มีสินค้าให้ซื้อไปใช้ที่บ้านนอกจากการใช้บริการในร้านที่ทำให้คุณมีรายได้อย่างทันทีแล้ว คุณควรเป็นแหล่งจัดจำหน่ายสินค้าที่เกี่ยวกับการบำรุงความงามของแบรนด์ต่าง ๆ ด้วย เช่น ครีมพอกตัว พอกหน้าน้ำยาทาเล็บ เซรั่มบำรุงเส้นผม ครีมกระชับสัดส่วน ฯลฯ เหล่านี้เป็นสิ่งที่ลูกค้าร้านเสริมสวยมักมองหา เพื่อนำไปใช้ดูแลตัวเองได้ที่บ้านด้วย หากคุณมีสินค้าดีไว้บริการ รับรองว่าขายดีมีลูกค้าติดใจกลับมาบ่อย ๆ แน่นอน 4.มีมาตรฐานของร้านสูงความน่าเชื่อถือเป็นสิ่งสำคัญ พนักงานในร้านเสริมสวยควรผ่านคอร์สอบรมต่าง …

ทำธุรกิจแบบมืออาชีพ ไม่เจ๊งง่าย ๆ

ทำธุรกิจแบบมืออาชีพ ไม่เจ๊งง่าย ๆ

ต้องยอมรับว่าทุกคนหวังให้ธุรกิจที่ทำประสบความสำเร็จเติบโตได้ขึ้นไปเรื่อย ๆ ไม่มีใครอยากเจอคำว่าเจ๊งจนต้องปิดกิจการ โดยเฉพาะในยุคปัจจุบันที่มีคู่แข่งจากการขายบนระบบออนไลน์และออฟไลน์ทั่วโลก ก็เป็นเรื่องที่ต้องวิเคราะห์และทำอย่างมืออาชีพมากที่สุด แล้วจะมีเทคนิคอย่างไรสำหรับการทำธุรกิจไม่ให้เจ๊งบ้าง วางแผนธุรกิจให้รอบคอบ – การทำธุรกิจใด ๆ ให้เป็นมืออาชีพ จะมีเพียงความอยากทำอย่างเดียวไม่ได้ ต้องมีการศึกษาตลาดและวางแผนอย่างเป็นระบบ เพื่อพัฒนาธุรกิจให้ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าส่วนใหญ่ให้ได้อยู่เสมอ ทั้งต้องระบุช่วงเวลาในการทำกิจกรรมต่าง ๆ อย่างเหมาะสมเป็นไปได้จริง จึงจะทำให้แผนงานนั้นประสบความสำเร็จได้ด้วย มีเงินทุนเพียงพอ – การมีเงินสดในบัญชีสำรองไว้เป็นสิ่งสำคัญ ไม่ควรนำเงินที่มีไปลงทุนหมดจนต้องกู้เงินดอกเบี้ยสูงมาทำธุรกิจ โดยหลักการต้องมีเงินทุนสำรองเอาไว้สำหรับการใช้จ่ายในครอบครัวตนเอง 6 เดือนขึ้นไป และมีกระแสเงินสดไหลเวียนสำหรับธุรกิจให้เพียงพอนาน 6 เดือนถึง 1 ปีขึ้นไป โดยเฉพาะธุรกิจเปิดใหม่ ต้องสำรองไว้ 1 ปี จะปลอดภัยที่สุด ประชาสัมพันธ์ให้ลูกค้าสนใจ – การสร้างความโดดเด่น ไม่ว่าตัวสินค้า พรีเซนเตอร์โฆษณา ผ่านช่องทางต่าง ๆ เป็นเรื่องสำคัญ เพราะมีคู่แข่งธุรกิจจำนวนมากสร้างความแปลกใหม่นำเสนอกลุ่มคนเป้าหมายที่เป็นกลุ่มเดียวกับคุณอยู่ทุกวันผ่านทางสื่อโซเชียล หากไม่สามารถสร้างเอกลักษณ์หรือประชาสัมพันธ์ให้สินค้าของคุณมีความแตกต่างจากร้านอื่นได้ ก็เท่ากับพลาดโอกาสในการขายสินค้าไปโดยปริยาย ไม่สามารถแบ่งส่วนทางการตลาดจากคู่แข่งมาให้กับธุรกิจของคุณเติบโตได้เลย ทําบัญชีรายรับรายจ่าย – ผู้ที่เป็นเจ้าของกิจการใด ๆ ควรตรวจสอบเสมอว่ามีรายได้เท่าไหร่ ต้นทุนของค่าวัตถุดิบต่าง ๆ เป็นอย่างไร …