อยากให้ลูกพัฒนา วิธีเพิ่มไอคิวให้ลูก

อยากให้ลูกพัฒนา วิธีเพิ่มไอคิวให้ลูกน้อย

พัฒนาการที่ดีด้านไอคิว (Intelligence Quotient หรือ IQ) เป็นสิ่งจำเป็นต่อลูกน้อยเป็นอย่างมากในการเรียนรู้และเพิ่มขีดความสามารถให้กับลูกของคุณ ซึ่งทุกวันนี้มีตัวช่วยในการวัดไอคิวสำหรับเด็กเพื่อสามารถค้นหาความถนัดและเป็นตัวชี้วัดความสำเร็จหรือความล้มเหลวได้ ทำให้คุณพ่อคุณแม่ให้ความสำคัญเพื่อพัฒนาการของลูกให้มีอีคิวที่ดีให้พร้อมสำหรับการเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา การที่จะเพิ่มอีคิวให้กับลูกนั้นสามารถทำได้ดังต่อไปนี้

7 วิธี อัพไอคิวให้ลูก

การจัดสรรโภชนาการที่ดีให้กับลูก

การที่ลูกจะมีพัฒนาที่ดีในการเรียนรู้นั้น จะต้องได้รับสารอาหารที่ดีมีประโยชน์ต่อร่างกายและสมอง เป็นสิ่งสำคัญเป็นอย่างมากสำหรับเด็กวัยกำลังเจริญเติบโตและเรียนรู้ อาหารที่ดีจะต้องครบ 5 หมู่และเต็มไปด้วยคุณประโยชน์ครบถ้วนจากนม ผัก ผลไม้ เป็นต้น

การให้ลูกได้เล่นและทำกิจกรรม

การเล่นจะทำให้ลูกรู้สึกสนุกผ่อนคลายกล้ามเนื้อได้ออกแรงลูกจะอารมณ์ดีและสดชื่นมีความสุขมากขึ้นจากการได้เล่น คุณพ่อคุณแม่สามารถเพิ่มการเรียนรู้เข้าไปในการเล่นได้ ลูกจะรู้สึกว่าการเรียนรู้เป็นเรื่องสนุกและรู้สึกอยากเรียนรู้ตลอดเวลา

การเล่านิทานและอ่านหนังสือให้ลูกฟัง

การเล่านิทานอ่านหนังสือให้ลูกฟังเป็นการเปิดจินตนาการของลูกได้เป็นอย่างดี ลูกจะได้เรียนรู้ไปพร้อมกับการฟังเรื่องราวสนุก คุณพ่อคุณแม่สามารถสอดแทรกสาระข้อคิดเกร็ดความรู้และคำถามเข้าไปทำให้ลูกได้เกิดความคิดสร้างสรรค์ต่อยอดเพื่อฝึกให้ลูกได้ฝึกแก้ปัญหาและมีความคิดเป็นของตัวเอง

การให้ลูกได้พักผ่อนอย่างเพียงพอ

ร่างกายของเด็กที่กำลังเจริญเติบโตควรได้รับการพักผ่อนที่เพียงพอ วัยเด็กจะต้องมีการจัดสรรเวลาให้ลูกน้อยได้นอนในช่วงกลางวันเพื่อให้ร่างกายได้พักผ่อนเป็นการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ ช่วยทำให้พัฒนาการของเด็กเป็นไปอย่างที่ควร

พาลูกออกไปพบเจอผู้คนใหม่ ๆ

เด็กต้องเรียนรู้ที่จะเข้าสังคมและผู้คน คุณพ่อคุณแม่ควรพาเด็กไปพบปะผู้คนใหม่ ๆ เพื่อให้เด็กได้เรียนรู้ที่จะปรับตัวเข้ากับผู้อื่นได้ ซึ่งทักษะในการเข้าสังคมสามารถฝึกได้จากคุณพ่อคุณแม่เมื่อต้องทำกิจกรรมร่วมกับผู้คน ลูกจะได้เกิดความเคยชินและสามารถทำกิจกรรมร่วมกับผู้คนได้เป็นอย่างดี

การให้ลูกได้รู้จักคำศัพท์ใหม่ในทุก ๆ วัน

การเพิ่มไอคิวของลูกสามารถทำได้ด้วยการเพิ่มคำศัพท์ที่เป็นการเรียนรู้เพื่อให้ลูกได้มีความตื่นตัวและจดจำจากการสะสมคำศัพท์ง่าย ๆ วันละคำ จากนั้นให้ลูกลองจินตนาการให้ความหมายต่อยอดจากคำนั้นจะทำให้ลูกสามารถจดจำได้ดีและเกิดความคิดสร้างสรรค์

การให้ลูกได้ออกกำลังกาย

การออกกำลังกายจะทำให้กล้ามเนื้อได้ออกแรง ร่างกายของเด็กจะเกิดความกระปรี้กระเปร่า อารมณ์ดีก็จะตามมาพร้อมกับร่างกายที่แข็งแรง พร้อมที่จะเรียนรู้และทำกิจกรรมต่าง ๆ

วัยเด็กเป็นวัยที่เหมาะสำหรับการเรียนรู้เป็นอย่างยิ่ง คุณพ่อคุณแม่ควรปลูกฝังให้ลูกได้เรียนรู้ตั้งแต่เด็กทำให้การเรียนรู้เป็นเรื่องสนุก เมื่อเล่นและพักผ่อนก็ให้เด็กได้ทำอย่างเต็มที่ เพื่อให้มีพัฒนาการด้านไอคิวที่ดี

7 วิธี อัพไอคิวให้ลูก

บุคลิกภาพมีผลต่ออนาคตอย่างไร เหตุผลที่ต้องพัฒนาบุคลิกภาพ

บุคลิกภาพมีผลต่ออนาคตอย่างไร เหตุผลที่ต้องพัฒนาบุคลิกภาพ

บุคลิกภาพหมายถึง การแสดงออกของท่าทางที่ออกมาทั้งทางร่างกาย จิตใจ และความรู้สึกนึกคิดที่ผู้อื่นสามารถมองเห็นได้ จนทำให้เกิดการยอมรับ สนับสนุน ชื่นชม จนทำให้เกิดเป็นความประทับใจ เพราะบุคลิกภาพที่ทำให้เกิดความประทับใจ ก็จะนำมาซึ่งโอกาสต่าง ๆ ที่ดีในชีวิต

บุคลิกภาพแบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือ

บุคลิกภาพภายนอก คือ การแต่งกาย รูปร่างหน้าตา กิริยาท่าทาง การพูด
บุคลิกภาพภายใน คือ ความซื่อสัตย์ ความเชื่อมั่นในตัวเอง ความริเริ่มสร้างสรรค์เป็นต้น

3 เหตุผลที่เราต้องพัฒนาบุคลิกภาพ

โอกาสในหน้าที่การงาน

การมีบุคลิกภาพที่ดีนั้น หมายความถึงการเตรียมความพร้อมในการทำงาน การพร้อมที่จะรับการเติบโตในองค์กร เป็นผู้ที่พร้อมที่จะรับผิดชอบในหน้าที่ที่มากกว่าเดิม พร้อมที่จะเผชิญหน้าต่อปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ นานัปการ จึงทำให้มีโอกาสผู้ใหญ่จะเล็งเห็นในความพร้อมที่มีอยู่เสมอผ่านการแสดงออกของเรานั่นเอง

ความมั่นใจในตัวเอง

ไก่งามเพราะขน คนงานเพราะแต่ง ไม่ว่าจะเสื้อผ้าหน้าผมไม่จำเป็นว่าถึงขั้นต้องแบรนด์เนมทั้งตัว ไม่ต้องใส่เสื้อผ้าแพง ๆ ถึงจะเรียกว่าดูดี เพียงแค่เรารู้จักสวมใส่เสื้อผ้าที่เหมาะกับรูปร่างตัวเอง สะอาด ถูกกาลเทศะ ก็ส่งผลให้เรามีความมั่นใจในตัวเองได้ สังเกตได้จากเราเห็นคนที่แต่งตัวดีดี ดูภูมิฐาน (ไม่จำเป็นต้องแพง) เค้าจะเดิน นั่ง พูด ก็ดูมั่นใจไปหมด ไม่ว่าเค้าจะคุย จะทำงานกับใครก็ทำให้เกิดความเชื่อถือกับผู้ที่สนทนาหรือทำงานด้วยเสมอ และความมั่นใจก็จะส่งผลให้เค้าได้รับโอกาสที่ดีตามมาเช่นกัน

การใช้คำพูด และน้ำเสียง

วาจาส่อภาษา กิริยาส่อสกุล การพูดถือเป็นส่วนสำคัญในทุก ๆ เรื่องในชีวิต ไม่ว่าจะในครอบครัว เพื่อน ที่ทำงาน หรือในเรื่องการทำธุรกิจ การพูด น้ำเสียง โทนเสียง ต่าง ๆ ล้วนมีผลต่ออารมณ์ความรู้สึก การรับรู้และตอบสนองต่อเราเสมอ ดังนั้น เราควรใช้คำพูดให้เหมาะสมกับคนที่เราพูดด้วย รู้จักกาลเทศะ ไม่ถือว่าตัวเองเป็นใคร แต่ให้ยึดว่าเราพูดกับใครเป็นหลัก ภาษาที่ใช้ในการพูดกับแต่ละบุคคลก็จะไม่เหมือนกัน เช่น เราพูดกับลูกก็ใช้ภาษาที่กันเองได้ เราพูดกับเพื่อนก็พูดไม่ต้องใช้ภาษาทางการมาก พูดกับหัวหน้าเราก็ควรแสดงความเคารพไม่ว่าในทางพฤติกรรมเราจะสนิทกับหัวหน้ามากก็ตาม ในที่ทำงานเราก็ควรพูดแบบทางการเพื่อถือว่าเป็นการให้เกียรติกันและกันเหตุผลที่เราต้องพัฒนาบุคลิกภาพ

นอกจากเสื้อผ้าหน้าผมที่เราต้องดูแลแล้ว ร่างกายของเราก็ยิ่งต้องดูแลเอาใจใส่ไม่ว่าจะเป็นการดูแลความสะอาดในช่องปาก การโกนหนวดเครา การตัดเล็บมือเล็บเท้า การรักษากลิ่นตัว การดูแลผิวพรรณ ของตัวเองอยู่เสมอ เพราะสิ่งเหล่านี้คือ การสะท้อนถึงวินัยในตัวเองของเรา จะส่งผลทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อบุคลิกภาพของเรา อาทิ เราแต่งตัวดี ภูมิฐาน พูดจาดี ถูกกาลเทศะ กิริยาท่าทางดี แต่กลับมีกลิ่นตัวในขณะไปคุยกับลูกค้า จริงอยู่ที่ลูกค้าอาจจะไม่ได้พูดว่าอะไร แต่มันส่งผลโดยตรงต่อการตัดสินใจ และการตัดสินภาพลักษณ์ที่ไม่ใช่แค่ตัวเรา แต่รวมไปถึงบริษัทได้อีกด้วย

ไม่อยากเป็นหนี้ต้องอ่าน

แชร์ต่อ !! คนไม่อยากมีหนี้ต้องอ่าน…

การมีหนี้สินเป็นเรื่องที่ทำให้ทุกคนเกิดความเครียดในการใช้ชีวิตประจำวัน ส่งผลต่อการทำงานและความสัมพันธ์กับผู้อื่น ทั้งนี้ปัญหาของหนี้สินส่วนใหญ่มักจะเกิดจากการใช้จ่ายอย่างขาดระเบียบ หรือไม่สามารถวางแผนทางการเงินได้เป็นอย่างดี เราจึงได้รวบรวมสิ่งที่คนไม่อยากเป็นหนี้สินต้องอ่าน เพื่อจะได้นำไปปรับใช้กับการวางแผนทางการเงินให้รัดกุมยิ่งขึ้น ดังนี้

  1. ห้ามเล่นการพนันทุกชนิด การซื้อหวย การทายผลกีฬา แทงบอลออนไลน์ผ่านเว็บ hero88king.com ถือว่ามีความเสี่ยงที่จะสูญเงินไปโดยเปล่าประโยชน์ หากไม่อยากมีหนี้สิน ควรนำเงินที่จะไปเล่นพนัน ใช้ไปกับการลงทุนด้านกองทุน จะมีโอกาสทำให้เงินงอกเงยมากกว่า โดยที่มีผู้บริหารกองทุนที่มีความเป็นมืออาชีพของสถาบันการเงินนั้น ๆ ดูแลให้ด้วย และเมื่อได้กำไรจากกองทุน คุณก็จะยิ่งห่างไกลจากคำว่าหนี้สินได้มากขึ้น
  2. ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ หมายถึง การมองหาช่องทางสร้างรายได้เพิ่มขึ้นจากการทำโอทีหรือการใช้ความรู้ความสามารถที่มีในการประกอบอาชีพเป็นฟรีแลนซ์ในเวลาว่าง เช่น เป็นนักเขียน นักวาดรูปกราฟฟิค หรืออัดคลิปลงยูทูบ เพื่อให้มีคนติดต่อจ้างทำโฆษณา ฯลฯ เป็นวิธีที่ทำให้คุณมีเงินพอกับค่าใช้จ่ายมากขึ้น และยังมีเงินเหลือเก็บสำหรับอนาคตด้วย
  3. ไม่ยืมเงินใครเพื่อไปใช้จ่ายเกินตัว เพราะจะทำให้คุณติดนิสัยใช้เงินล่วงหน้า ทั้งนี้รวมถึงการใช้บัตรเครดิตที่เมื่อมีการรูดบัตรทุกครั้งคุณจะไม่รู้สึกเสียดายเท่ากับการจ่ายเงินเป็นเงินสด การใช้จ่ายบัตรเครดิตเป็นประจำอย่างขาดการควบคุม อาจจะทำให้คุณเผลอใช้เกินวงเงิน หรือเกินกว่าที่คุณจะสามารถผ่อนชำระหนี้ให้หมดโดยไม่เสียดอกเบี้ยได้ ดังนั้นการใช้จ่ายใด ๆ แนะนำว่าให้อยู่ในแผนทางการเงินเสมอ และก็ไม่ควรจะหยิบยืมเงินใครก่อน ซึ่งส่งผลต่อการเป็นหนี้และส่งผลเสียต่อความสัมพันธ์ เช่น เพื่อนร่วมงาน พี่น้อง ฯลฯ ได้
  4. ให้พอใจกับสิ่งที่ตนเองมีอยู่ให้มากขึ้น การเปรียบเทียบตนเองกับคนอื่นที่มีการใช้ของหรูหราหรือกินอาหารราคาแพง เป็นสิ่งที่ทำให้คนจำนวนมากเกิดพฤติกรรมจับจ่ายใช้สอยจนเกินตัว เมื่อมีเงินรายได้เข้ามา เช่น เมื่อมีโบนัสออก หรือมีเงินเดือนเข้า ก็จะนำไปใช้จ่าย จนเหลือไม่พอใช้จนครบเดือน ทำให้เกิดการหยิบยืมเป็นหนี้สินตามมาในที่สุด

จะเห็นได้ว่า ทั้ง 4 ข้อที่กล่าวมา เป็นสิ่งที่คนไม่อยากเป็นหนี้สินทุกคนสามารถนำไปปรับใช้ได้ในทุกสถานการณ์ เพื่อที่จะควบคุมค่าใช้จ่าย ลดพฤติกรรมเสี่ยง (เช่น การเล่นพนัน) และวางแผนจัดการกับรายได้แต่ละเดือนได้ดียิ่งขึ้น

แยกแยะระหว่าง รัก กับ หลง

แยกแยะระหว่าง รัก กับ หลง

มนุษย์เรามีความรักอยู่รอบๆตัวเราอยู่ทุกคน แต่บางครั้งมันก็เป็นเรื่องยากที่จะแยกคำว่า รัก กับ หลง ให้ออกว่ามันแตกต่างกันอย่างไร ความสัมพันธ์ที่มีอยู่ตอนนี้คือความสัมพันธ์แบบไหน เป็นความรักจริงๆหรือแค่หลงใหลคลั่งไคล้กันแน่ สิ่งที่ทำให้กัน ความรู้สึกที่มี มันบ่งบอกว่าอะไร จนบางทีมันอาจจะทำให้เราสับสนในความรู้สึก

รักคือใครอะไร ?

รัก คือการที่เราสนับสนุน เอื้อเฟื้อเกื้อกูลซึ่งกันและกัน เป็นกำลังใจเป็นแรงผลักดันให้ฝันของกันและกันได้เป็นจริงอยู่เคียงข้างกันไม่ว่าจะต้องเจอสถานการณ์ที่เลวร้ายแค่ไหน หลง คือการที่อยากให้อีกฝ่ายทำตามความต้องการ ทำตามใจเราทุกๆอย่าง โดยไม่ได้สนใจว่าอีกฝ่ายจะอยากทำให้หรือไม่ก็ตาม องค์ประกอบของความรักมีหลายแบบ รูปร่าง หน้าตา นิสัยใจคอ สถานะทางการเงิน อาชีพ ตำแหน่งงาน ความสามารถที่โดดเด่น มักเป็นที่น่าสนใจจากคนรอบตัว คนที่มีความโดดเด่นในตัวเยอะ ก็มักจะมีคนที่ปลาบปลื้ม รักใคร่หลงใหลมากมาย แต่การที่เราจะคบกับใครสักคนหนึ่งความรู้สึกและการกระทำที่มีต่อกันนั้นมันคือ รัก หรือ หลง เคยสงสัยไหม

หากคุณกำลังคลั่งไคล้ใครสักคน คุณจะมีอาการคล้ายกับคนตาบอด ไม่สนใจในข้อเสียต่างๆของอีกฝ่าย และคิดว่าตัวเองรักในตัวตนของเขา ที่จริงแล้วคุณอาจจะรักตัวเขาแค่เปลือกมากกว่า แต่ถ้าคุณรักเขา คุณจะมองเห็นข้อเสียต่างๆของเขา และยอมรับในข้อเสียนั้นได้ ยองรับในตัวตนของเขาและพร้อมที่จะปรับตัวเข้าหากัน

ความรัก คือความเข้าใจในความไม่สมบูรณ์แบบซึ่งกันและกัน เติมเต็มความรู้สึกในส่วนที่เขาขาด ให้ โดยที่เราไม่ได้หวังอะไรตอบแทนจากเขา ใส่ใจในทุกรายละเอียดโดยที่ไม่ต้องให้อีกฝ่ายร้องขอให้ทำ เสียสละบางอย่างเพื่อทำให้เขามีความสุขโดยที่ลืมสนใจตัวเองเพียงเพื่อทำให้เขายิ้ม ถ้าแค่ หลง คุณจะไม่ยอมเสียสละความสุขของตัวเองเพื่อให้อีกคนแน่นอน คิดถึงแต่ตัวเอง เรียกร้องแต่สิ่งที่ตัวเองต้องการ ทำทุกอย่างตามอารมณ์ของตัวเองโดยที่ไม่ได้สนใจความรู้สึกของอีกฝ่ายเลย ความอดทน ก็เป็นส่วนประกอบของความรัก เมื่อใดที่อีกฝ่ายต้องลำบากหรือเจอปัญหาที่กระทบกับชีวิตคู่ ถ้าคุณเลือกอยู่กับเขาเคียงข้างต่อสู้กับปัญหาไม่ว่าในตอนนั้นจะลำบากแค่ไหน ให้อภัย ปกป้องและเชื่อใจซึ่งกันและกัน นั่นคือความรัก

ความรัก คือสิ่งพิเศษที่ไม่มีตัวตน แต่รู้สึกได้ด้วยใจ หากคุณเริ่มรู้สึกว่าตัวเองเปลี่ยนไปจากที่เคยเห็นแก่ตัว รักแต่ตัวเอง ไม่สนใจไม่สนความรู้สึกของคนข้างๆ กลับรู้สึกว่าอยากทำอะไรดีๆให้กับอีกฝ่าย อยากเห็นรอยยิ้ม อยากได้ยินเสียงหัวเราะ อยากเห็นเขามีความสุข และคุณมีความสุขเมื่อมีเขาอยู่ในชีวิต ให้เรียกมันว่า ความรัก

รักคือใครอะไร

ทำไมการทำธุรกิจออนไลน์ จึงเป็นที่นิยมในปัจจุบัน

ทำไมการทำธุรกิจออนไลน์ จึงเป็นที่นิยมในปัจจุบัน

ปัจจุบัน ความก้าวหน้าของเทคโนโลยียุค 4G ทำให้การติดต่อสื่อสารเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างกันเป็นไปได้รวดเร็ว การทำธุรกิจออนไลน์จึงเป็นที่นิยมมากในปัจจุบัน เนื่องจากไม่จำเป็นที่จะต้องมีเงินทุนสูงหรือใช้พนักงานจำนวนมาก เพียงแค่มีคอมพิวเตอร์ มือถือและอินเตอร์เน็ต ก็สามารถที่จะเปิดธุรกิจออนไลน์ได้แล้ว

ธุรกิจออนไลน์ เริ่มต้นไม่ยาก

ธุรกิจซื้อขายสินค้าทางระบบออนไลน์ เป็นสิ่งที่ทุกคนสามารถทำได้เพราะเป็นการขายสินค้าบนหน้าจออินเตอร์เน็ต เริ่มต้นจากลงทุนซื้อสินค้า ทำการรีวิวหรือนำเสนอและโพสกับเว็บไซต์ที่ให้โฆษณาสินค้าฟรี หรือโพสต์ใน Facebook ก็สามารถรอรับลูกค้าและรับเงินรายได้ได้แล้ว

นอกจากนี้ ยังมีบริการขายสินค้าที่ไม่ต้องสต็อกสินค้า แต่เลือกใช้ระบบสมัครเป็นตัวแทนที่เรียกว่า Drop Ship ก็จะทำให้ลดภาระค่าใช้จ่ายในการทำธุรกิจออนไลน์ได้อย่างมาก

อย่างไรก็ตาม ถ้าต้องการทำธุรกิจออนไลน์อย่างจริงจังและเป็นอาชีพหลักในอนาคต ก็ควรต้องวางแผนการเช่า hosting เพื่อการใช้พื้นที่อย่างเป็นระบบ และเลือก Server ที่มีสเปคสูงรองรับการส่งผ่านข้อมูลที่ดีระหว่างผู้ซื้อผู้ขายได้ดียิ่งขึ้น

โอกาสประสบความสำเร็จของ ธุรกิจออนไลน์

เว็บไซต์ขายสินค้าออนไลน์สามารถประสบความสำเร็จได้ไม่ยาก เพียงแต่จะต้องรู้จักการประชาสัมพันธ์ ซึ่งปัจจุบันมีทั้งเทคนิคการทำ Google AdWords ซึ่งต้องซื้อพื้นที่โฆษณา หรือการทำ SEO หรือ search engine optimization ที่ไม่ต้องจ่ายค่าโฆษณาใด ๆ แต่ต้องมีการพัฒนาเว็บไซต์ให้มีคุณภาพตามที่ search engine อย่าง yahoo และ google กำหนด

เมื่อวางแผนการประชาสัมพันธ์ที่เหมาะสม ก็จะมีเงินเหลือเป็นค่าใช้จ่ายส่วนอื่น และใช้เพื่อการขยายกิจการได้ด้วย

ข้อดีของการทำ ธุรกิจออนไลน์

1. ไม่จำเป็นจะต้องมีตึกสำหรับขายของ ที่ต้องมีภาระในการจ่ายค่าเช่าตามมา

2.  ไม่ต้องหาทำเล อย่างการขาย offline ที่ต้องเลือกย่านชุมชนมีผู้คนมากมาย

3. ประหยัดค่าใช้จ่ายจากการที่ไม่จำเป็นต้องเสียค่าเช่าร้านค่าภาษีป้าย ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปทำงาน หรือค่าใช้จ่ายในการไปเข้าหากลุ่มลูกค้า

4. สามารถรอรับออเดอร์ได้ตลอดเวลา 24 ชั่วโมง เนื่องจากการเชื่อมต่อข้อมูลด้วยระบบอินเตอร์เน็ต

5. ทำงานได้สะดวกทุกที่ทุกเวลาเนื่องจาก สั่งงานผ่านระบบมือถือได้

6. มีโอกาสสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ โดยในระยะแรกอาจเป็นรายได้สำรอง แต่ในระยะยาวอาจมียอดขายสูง ทำให้มีรายได้มากกว่างานประจำได้

7. สามารถทำหลาย ๆ กิจการพร้อมกันได้ โดยการเปิดเว็บไซต์ธุรกิจที่แตกต่างกันไปตามความต้องการได้ตลอดเวลา

การทำธุรกิจการซื้อขายสินค้าออนไลน์ เป็นสิ่งที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ที่ต้องการความสะดวกสบายและเป็นการใช้เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์สูงสุด สามารถทำงานจากที่ใดก็ได้และรอรับออเดอร์สินค้าได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ทำไมการทำธุรกิจออนไลน์ จึงเป็นที่นิยม

คอกีฬา E-sport ต้องอ่าน Tips ไอที การเลือกอุปกรณ์เล่นเกมส์ขั้นเทพ

คอกีฬา E-sport ต้องอ่าน Tips ไอที การเลือกอุปกรณ์เล่นเกมส์ขั้นเทพ

ในปี 2019 ไม่มีใครปฏิเสธได้ว่าไม่เคยได้ยินคำว่า E-Sport  ซึ่งเป็นเกมกีฬาใหม่ล่าสุดที่ได้รับการบรรจุเป็นกีฬาสากลระดับโลก มีทั้งการแข่งขันระดับภูมิภาค และระดับนานาชาติอย่างเอเชี่ยนเกมส์ (ที่ผ่านไปแล้ว) และโอลิมปิกที่กำลังจะมาถึงในอีก 2 ปี

Tips ไอที ในวันนี้เราจึงจะนำเสนอวิธีการเลือกอุปกรณ์เล่นเกมส์ขั้นเทพที่คอกีฬาอีสปอร์ตห้ามพลาดโดยเด็ดขาด

เมาส์เล่นเกมส์

เมาส์เล่นเกมส์

เมาส์สำหรับเล่นเกมส์ต้องเลือกที่มีค่า dpi หรือ dots per inch สูงเข้าไว้ เพราะหมายถึงจะมีความเร็วในการเลื่อนลูกศร cursor  สามารถชี้ตำแหน่งต่าง ๆ ได้อย่างแม่นยำ จะทำให้การเล่นเกมส์แนว MOBA วัดฝีมือกับคู่ต่อได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น

คีย์บอร์ด

คีย์บอร์ด

คีย์บอร์ดเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับเล่นเกมส์ ถ้าเป็นคอกีฬา E Sport ตัวจริง จะมามัวใช้ Rubber Dome อยู่ไม่ได้ แนะนำให้เลือกคีย์บอร์ดที่สามารถตั้งค่า Macro ได้เอง เพื่อเซ็ตค่าปุ่มต่าง ๆ ตามความสะดวกและความถนัดในการใช้งานของแต่ละคน นอกจากนี้ยังมีปุ่มกดที่เป็น mechanical Keyboard จะทำให้ส่งข้อมูลจากปลายนิ้วไปสู่ตัวละครหรือผู้เล่นในเกมส์ได้ดียิ่งขึ้น

แผ่นรองเมาส์

แผ่นรองเมาส์

เคล็ดลับ Tips ไอที สำหรับอุปกรณ์ชิ้นที่ 3 ในการเล่นเกมส์ คือแผ่นรองเมาส์ที่หลายคนมองข้ามไปเลย เนื่องจากคนส่วนใหญ่สนใจแต่เมาส์และคีย์บอร์ด การได้แผ่นรองเมาส์ที่คุณภาพพรีเมี่ยมจะช่วยในการยึดเกาะของเมาส์ให้ตัวเซ็นเซอร์ทำงานได้อย่างสมบูรณ์แบบ ซึ่งจะสัมพันธ์กับการตอบสนองของเมาส์ที่รวดเร็วฉับไวสมกับเป็นยุค 5g ซึ่งปัจจุบันยังมีการออกแบบที่รองรับน้ำหนักของข้อมือเพื่อลดปัญหาปวดอักเสบกล้ามเนื้อบริเวณข้อมือได้ดียิ่งขึ้นด้วย

หูฟังแบบ headset

หูฟังแบบ headset

หูฟังที่มีประสิทธิภาพส่งเสริมอรรถรสในการเล่นเกมของคอเกมส์   E-Sport มืออาชีพ ต้องเป็นระบบที่รองรับการแยกเสียงได้ทั้งซ้ายขวา เพื่อสร้างความสมจริงเสริมอรรถรสในการเล่นเกมส์ ยกตัวอย่างเช่น เกมส์ที่มีการระเบิด หากใช้หูฟัง headset ที่คุณภาพสูงจะฟังรู้ว่าเสียงระเบิดมาจากด้านไหน เพื่อประเมินได้ง่ายขึ้นว่าจะมีศัตรูออกมาจากด้านไหนของเกมส์ เห็นแล้วใช่ไหมว่าหูฟังที่สามารถแยกทิศทางของเสียงได้จะช่วยให้คุณชิงชัยชนะในเกมส์ได้ดียิ่งขึ้น

Tips ไอที ในวันนี้คงถูกใจบรรดาคอเกมส์อีสปอร์ตทุกท่าน โดยเฉพาะผู้เล่นรุ่นใหม่ที่หันมาสนใจกีฬาระดับนานาชาติประเภทนี้ ควรใส่ใจเรื่องอุปกรณ์ที่เหมาะสมกับการเล่นเกมส์ตั้งแต่เริ่มต้น ที่สำคัญผู้ที่รักในเกมส์ใช้เวลาอยู่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์หลายชั่วโมง เพื่อตั้งใจฝีมือให้ก้าวเข้าสู่ขั้นนักกีฬาอีเมล์สปอร์ตมือโปร ควรทดลองและเลือกอุปกรณ์ไอที่เหล่านี้ด้วยตัวเองก่อนซื้อทุกครั้ง

ไอที IT และ เอไอ AI กับการเป็นสมาชิกของครอบครัวยุคใหม่

ไอที IT และ เอไอ AI กับการเป็นสมาชิกของครอบครัวยุคใหม่

คำว่าครอบครัวของคนยุคใหม่ อาจไม่ใช่เพียงการปฏิสัมพันธ์กันทางตรงในวงแคบเพียงครอบครัวเล็ก ๆ อย่างพ่อแม่ลูกอีกต่อไป ด้วยการก้าวหน้าของเทคโนโลยีและนวัตกรรมคอมพิวเตอร์ที่ทำให้ปัจจุบันเรา CHAT LINE กับสมาชิกในครอบครัวเป็นวงใหญ่ เป็นเครือญาติ ตลอดจนได้รื้อฟื้นการติดต่อกับเพื่อนฝูงที่ห่างหายได้ง่ายขึ้น

ไอที IT และ เอไอ AI กับการเป็นสมาชิกของครอบครัวยุคใหม่

เรียกได้ว่า “ครอบครัวออนไลน์” เป็นหนึ่งในวิถีประจำวันของคนในยุค IT และในอนาคต IoTs หรือ Internet of Things ก็ยิ่งจะมีบทบาทมากขึ้นด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ ยังมีการนำ AI มาเป็นส่วนหนึ่ง “ครอบครัวการทำงาน” และช่วยปฏิสัมพันธ์กับผู้คน ไม่ต่างจากการเป็นคนในครอบครัว โดยทำหน้าที่ต่างบทบาทในหลายด้าน ได้แก่

สมาชิกของครอบครัวยุคใหม่

1. การใช้หุ่นยนต์A. I. มาทำงานในระบบสุขภาพ ตั้งแต่การสแกนข้อมูลทางการรักษา หรือ ประวัติการรักษาในอดีตที่ผ่านมา (HN profile) เอกสารเกี่ยวกับสิทธิและประกันของผู้ป่วย ประวัติการผ่าตัด จนถึงการคำนวณค่าใช้จ่ายเพื่อเบิกจ่ายเงินได้อย่างถูกต้องและรวดเร็วยิ่งขึ้น ซึ่งจากการทดลองใช้ IBM Watson Explorer พบว่าให้ประสิทธิผลการทำงานรวดเร็วขี้นได้ถึง 30% เมื่อเทียบกับการใช้คน

2. การเปลี่ยน HR (Human Resources) ที่ทำหน้าที่สัมภาษณ์และวิเคราะห์ลักษณะบุคคลเพื่อการรับเข้าสู่ตำแหน่งงานที่เหมาะสม เป็นหนึ่งบทบาทของเอไอ ที่บริษัทใหญ่อย่างยูนิลีเวอร์ (Unilever) ที่ผลิตสินค้าเพื่อการอุปโภคบริโภค รวมถึงผลิตภัณฑ์สุขภาพและความงาม (มีสินค้ากว่า 400 แบรนด์) ได้นำหุ่นยนต์มาใช้ทำหน้าที่ HR แทนคนและยังมีการทดสอบหลังการทดสอบผ่าน “หุ่นยนต์ HR” ด้วยการเล่นเกมส์ออนไลน์ เพื่อทดสอบความสามารถเฉพาะด้านอีกครั้ง ก่อนการตัดสินใจให้เข้าทำงาน

3. การใช้ดีไซน์เนอร์หุ่นยนต์ อย่าง Sacha ซึ่งเป็นเครื่องมือจาก Firedrop.com ในการออกแบบเพจ หรือ Landing page อย่างเป็นเอกลักษณ์ ที่มีการปรับแต่งตามบุคลิกภาพของเจ้าของเพจ เปรียบเสมือนดีไซน์เนอร์ส่วนตัว ที่เป็นสมาชิกของครอบครัวในระดับบริษัทที่พร้อมรับคำสั่ง และทำงานให้ได้อย่างตรงใจนายจ้าง

เป็นผู้ช่วยค้นหาคำตอบที่เหมาะสมที่สุดให้เจ้าหน้าที่ตอบ โดยเจ้าหน้าที่สามารถแก้ไขหรือจัดรูปแบบคำตอบได้ตามความเหมาะสมกับลูกค้า

4. สำหรับ “ครอบครัวข่าว” ก็มีการใช้ไอที หรือ AI อัลกอริทึม ในการสร้างสรรค์บทความใหม่ ๆ เช่น Associated Press ที่มีการสร้างคอนเทนต์ แล้วกว่า สามพันบทความ ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2015. ด้วยระบบคอมพิวเตอร์นี้ ซึ่งมีแนวโน้มสูงมากสำหรับการใช้ระบบ Algorithm นี้ ในการผลิต content ที่มีความซับซ้อนขึ้นกว่าในอดีต (ที่ผ่านมา ใช้ในการสรุปคะแนนกีฬา ติดตามวงการหุ้นและการลงทุน และการพยากรณ์อากาศ)

5. การใช้ Chatbot เป็นหนึ่งในความก้าวหน้าทางไอที หรือเอไอนักตอบคำถามที่นับเป็นสมาชิกของครอบครัวธุรกิจยุคใหม่ ที่สามารถสร้างความพึงพอใจในการตอบข้อสงสัยหรือแก้ปัญหาขั้นพื้นฐานได้อย่างรวดเร็ว จึงเสริมภาพลักษณ์ที่ทันสมัยและ แสดงถึงความใส่ใจในการสร้างสัมพันธ์กับลูกค้าที่น่าประทับใจเป็นอย่างมาก

ทั้งนี้ chatbot ในปัจจุบัน สามารถตอบโต้กับลูกค้าทางธุรกิจได้ 2 แบบ คือ

แบบที่1. ทำหน้าที่เป็น front-end chatbox ในการตอบคำถามง่าย ๆ หรือคำถามทั่วไปที่ไม่ซับซ้อน เรียกได้ว่า เป็นการสนทนาโดยตรงระหว่างหุ่นยนต์กับคนนั่นเอง

แบบที่2. ทำหน้าที่ช่วยเหลือพนักงานที่เป็นคน หรือเรียกว่า AI assist customer service ที่จะช่วยค้นหาข้อมูลในระบบคอมพิวเตอร์ เพื่อให้พนักงานของบริษัทนำมาสังเคราะห์ต่อ เพื่อตอบคำถามให้ลูกค้าขององค์กรได้ในระดับปัจเจกบุคคล

จะเห็นได้ว่าอินเตอร์เนตและเทคโนโลยี AI ได้ก้าวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของวิถีประจำวันในครอบครัว ช่วยอำนวยความสะดวกและเป็นทั้ง “เพื่อน” ร่วมงานที่เราทุกคนต้องปรับตัวเรียนรู้ที่จะอยู่กับความเปลี่ยนแปลงอย่างชาญฉลาดด้วยเช่นกัน

5 ท่าบริหารร่างกายที่ไม่ช่วยลดความอ้วน

เจอกับ 5 ท่าบริหารร่างกายที่ไม่ช่วยลดความอ้วน เล่นให้ตายอย่างไรก็ไม่ผอมบาง พร้อมเปิดเผย 5 ท่าลดความอ้วนแบบง่ายๆแม้กระนั้นคุณภาพสูง

การบริหารร่างกายถือได้ว่าเป็นการลดความอ้วนที่ดีอย่างหนึ่ง แม้กระนั้นไม่ใช่ว่าท่าบริหารร่างกายทุกเห็นจะช่วยทำให้น้ำหนักลดน้อยลง มีชายหนุ่มๆจำนวนหลายชิ้นเลยที่หลงผิดอย่างงี้ เนื่องจากตามหลักแล้วการลดความอ้วนจำเป็นจะต้องควบคุมด้านการกินอาหาร บริหารร่างกายแล้วก็พักให้พอเพียงพร้อมๆกัน แต่ว่าถ้าเกิดควบคุมเรื่องการกินอาหารอย่างยอดเยี่ยมก็แล้ว พักสุดกำลังก็แล้ว น้ำหนักก็ยังเหมือนเดิมอยู่ โน่นมีความหมายว่าคุณบริหารร่างกายในท่าที่ผิดจำเป็นต้องอยู่นั่นเอง

ชายหนุ่มๆจะต้องทำความเข้าใจก่อนว่า มนุษย์เราไม่อาจจะเผาผลาญพลังงานเอาไขมันออกเฉพาะส่วนได้ โน่นคือคุณจำเป็นต้องเผาผลาญพลังงานแล้วก็ไขมันไปพร้อมตลอดตัว ดังนั้นแล้วท่าบริหารร่างกายช่วยลดความอ้วนควรเป็นท่าที่ออกกำลังกายพร้อมเพียงกันหลายส่วน ท่าที่ใช้บริหารร่างกายเฉพาะส่วนก็เลยไม่เป็นผลสำหรับในการลดหุ่น

รวมทั้งนี่เป็น 5 ท่ายอดนิยมที่คนมักหลงผิดมีความคิดว่าเป็นท่าที่ใช้ลดความอ้วน ทดลองดูกันครับผมว่ามีท่าอะไรบ้าง

ท่าที่ 1 Calf Raises

ท่า Calf Raises หรือเรียกกล้วยๆเป็นการยืนบนที่สูงกว่าพื้นธรรมดาด้วยปลายตีนแล้วพากเพียรเขย่งตัวขึ้น-ลง ชายหนุ่มๆผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยมักหลงผิดว่าเป็นท่าสำหรับลดไขมันที่ขา แต่ว่าความเป็นจริงแล้วท่านี้มีไว้สำหรับสร้างกล้ามที่รอบๆน่อง ไม่เป็นผลต่อการลดความอ้วนอะไร

ท่าที่ 2 Side Twists/Waist Twister

การเล่นจานทวิสต์หรือเครื่องหมุนเอว เป็นการปรับสรีระที่รอบๆเอวแล้วก็พุงให้มองสวยแค่นั้น มิได้ช่วยเผาผลาญพลังงานหรือลดความอ้วน แม้เล่นเป็นระยะเวลาที่ยาวนานต่อเนื่องกันหลายๆวัน บางทีอาจจะทำให้เกิดผลกระทบต่อกระมองกสันหลังแล้วก็มีปัญหาปวดที่รอบๆเอวได้

ท่าที่ 3 Bicep Curls

การชูเวท หรือชูดัมเบลหนักๆหลายๆครั้ง ทำให้ผู้บริหารร่างกายรู้สึกเมื่อยล้าและก็รู้สึกว่าเป็นท่าที่เผาผลาญพลังงานได้ดิบได้ดี แม้กระนั้นข้อเท็จจริงแล้ว Bicep Curls เป็นเพียงแค่ท่าบริหารกล้ามแขนให้มีรูปร่างที่ใหญ่รวมทั้งได้ส่วนสัดแค่นั้น

ท่าที่ 4 Side Leg Raise

การยืนหรือนอนโดยทิ้งขาข้างหนึ่งให้ติดพื้น แล้วกางขาอีกข้างออกแกว่งไปมา เป็นท่าที่ช่วยกระชับบั้นท้ายรวมทั้งต้นขา แม้กระนั้นเกือบจะมิได้ช่วยหัวข้อการเผาผลาญพลังงานเลย เนื่องจากเป็นท่าที่ใช้แรงน้อยรวมทั้งขยับเฉพาะส่วน ซึ่งจริงๆจัดว่าเป็นท่าวอร์มอัพซะด้วย

ท่าที่ 5 Crunches/Sit up

ท่าสำหรับสร้างเสริมกล้ามพุงกลุ่มนี้มิได้ช่วยทำให้ไขมันรอบๆท้องต่ำลงเลยแล้วก็ถึงแม้ว่าจะเล่นหนักขนาดไหนก็ไม่มีทางได้มองเห็นกล้ามพุง ถ้าเกิดชายหนุ่มๆไม่กำจัดไขมันในส่วนนั้นออกให้หมดซะก่อน ชี้แนะให้เอาเวลาไปเผาผลาญพลังงานเพื่อลดจำนวนไขมันสะสมให้เหลือต่ำที่สุดก่อนแล้วพอหลังจากนั้นก็ค่อยกลับมาเล่นท่านี้จะดียิ่งกว่า

ท่าบริหารร่างกายที่บริหารพร้อมหลายส่วนมีเยอะมาก แต่ว่านี่เป็น 5 ท่าบริหารร่างกายที่ทำง่ายๆแม้กระนั้นมีคุณภาพสูง มีท่าอะไรบ้างไปดูกันขอรับ

ท่าที่ 1 Burpees

ใช้ฝ่ามือทั้งสองข้างดันพื้นไว้ แล้วทิ้งขาทั้งสองข้างไปข้างหลังเสมือนท่าวิดพื้น งอศอกปลดปล่อยให้ทรวงอกลงมาแทบถึงพื้นแล้วดันตัวขึ้นไปยืนด้วยความรวดเร็วแล้วกระโจนตบก่อนกลับมายืนในท่าธรรมดา ทำใหม่โดยประมาณ 8-12 ครั้ง วันละ 3 เซต จะช่วยเผาผลาญพลังงานได้มากอย่างยิ่งจริงๆ

ท่าที่ 2 Explosive Lunges

ท่านี้เริ่มด้วยการสรุปตัวพร้อมก้าวขาขวาไปด้านหน้า งอเข่าทำมุม 90 องศาแต่ว่าอย่าให้หัวเข่าข้างซ้ายติดพื้น ทิ้งเอาไว้ 1 วินาที จากนั้นกระโจนสลับขากลางอากาศให้ขาซ้ายมาอยู่ข้างหน้าแทน ทำสลับกันแบบงี้จนถึงครบ 1นาที วันละ 3 เซต รับประกันน้ำหนักลดแน่

ท่าที่ 3 Squats

เทรนเนอร์โดยมากชอบเสนอแนะให้ทำท่านี้ เนื่องจากว่าเป็นท่าที่มีคุณภาพสูงมากมายสำหรับเพื่อการเผาผลาญพลังงาน กล้วยๆเพียงแค่เริ่มด้วยการยืนกางขาให้กว้างพอๆกับไหล่ ย่อตัวลงพร้อมงอเข่าให้ต้นขาขนานกับพื้นเสมือนคุณกำลังนั่งเก้าอี้ลมอยู่ แล้วต่อจากนั้นดันตนเองขึ้นกลับสู่ภาวะเดิมโดยในขั้นแรกมือทั้งสองข้างบางครั้งอาจจะกางออกหรือจับไว้ที่กำดัน แม้ช่ำชองแล้วจะถือดัมเบลไว้เพื่อช่วยทำให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้นก็ได้ ทำเพียงแค่วันละ 3 เซต เซตละ 15 ครั้งก็เกินพอ

ท่าที่ 4 Mountain Climbers

เริ่มด้วยการตั้งท่าตระเตรียมวิดพื้น งอเข่าข้างขวาแล้วดันขึ้นมาให้ใกล้ทรวงอกสูงที่สุดอย่าให้ปลายตีนติดพื้น จากนั้นดันขาขวากลับไปที่เก่ากับดึงหัวเข่าซ้ายให้มาติดอกแทน ทำสลับกันไปอย่างสม่ำเสมอรวมทั้งเบาๆเพิ่มความเร็วขึ้นเมื่อมีความชำนิชำนาญ ทำแค่เพียง 3 เซต เซตละ 1 นาทีก็ช่วยเผาผลาญพลังงานได้มากมายแล้วสำหรับท่านี้

ท่าที่ 5 Jump Rope

ยอดเยี่ยมท่าคลาสสิก Jump Rope หรือที่ภาษาบ้านพวกเราเรียกว่าท่ากระโจนเชือก เป็นท่าที่นักมวยโดยมากใช้เผาผลาญพลังงานเพื่อลดความอ้วนก่อนขึ้นสังเวียน เป็นท่าที่เล่นง่ายแต่ว่ามีคุณภาพสูงมากมาย ซึ่งคนจำนวนไม่น้อยมักละเลยท่านี้ไป

เท่านี้ก็รู้กันแล้วครับผมว่าท่าแบบไหนบ้างที่ไม่ช่วยลดหุ่น แล้วก็ท่าแบบไหนที่มีคุณภาพสูง แม้กระนั้นการลดหุ่นจำต้องบริหารร่างกาย พร้อมด้วยควบคุมด้านการกินอาหารแล้วก็พักให้พอเพียงด้วยครับ เนื่องจากว่าจะก่อให้คุณน้ำหนักน้อยลงและไม่สุขภาพย่ำแย่อีกด้วย

คนไข้โรคเบาหวาน ต้องการลดน้ำตาลในเลือด ออกแรงอย่างไรดี

คนเจ็บโรคเบาหวานควรจะบริหารร่างกายเช่นไร ที่จะช่วยลดน้ำตาลในเลือดให้กลับสู่ภาวการณ์ธรรมดาได้ ไม่เสี่ยงโรคแทรกจากโรคเบาหวานไปอีก

เบาหวานจัดเป็นภัยสุขภาพที่น่าสยดสยอง แล้วก็มองทรงแล้วเริ่มจะรุกรามชีวิตคนวัยทำงานกันมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งผู้ใดกันแน่ที่ตรวจเจอเบาหวานในช่วงแรกๆหรือมีคนภายในครอบครัวป่วยด้วยเบาหวาน แล้วต้องการให้เขาบริหารร่างกาย ลดน้ำตาลในเลือดอย่างเหมาะควร วันนี้กระปุกดอทคอมมีแนวทางการบริหารร่างกายในคนเป็นเบาหวาน มาฝากจ้ะ

ก่อนบริหารร่างกาย

การบริหารร่างกายสำหรับคนไข้โรคเบาหวาน จะต้องนึกถึงสุขภาพและก็ระดับความร้ายแรงของเบาหวานเป็นหลัก ด้วยเหตุนี้ก่อนบริหารร่างกายควรปฏิบัติดังต่อไปนี้

1. ขอคำแนะนำหมอหัวข้อการบริหารร่างกาย ว่าพวกเราสามารถบริหารร่างกายได้มาก-น้อยเพียงใด

2. ควรจะควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้ค่อนข้างจะนิ่งก่อน โดยระดับน้ำตาลในเลือดไม่สมควรเกิน 250 มก./ดล. สำหรับคนเป็นโรคเบาหวานประเภทที่ 1 ส่วนคนเป็นโรคเบาหวานประเภทที่ 2 ต้องมีระดับน้ำตาลในเลือดไม่เกิน 300 มก./ดล. 

3. ตรวจทานเท้าก่อนบริหารร่างกายทุกคราวว่าไม่มีแผล ไม่มีร่องรอยของอาการบาดเจ็บอะไรก็ตามเพราะว่าคนเป็นเบาหวานโดยมากบางทีอาจไม่มีความรู้สึกที่มือแล้วก็เท้า ทำให้ไม่รู้ตัวว่ามีรอยแผลเกิดขึ้น

4. ควรที่จะเลือกรองเท้าที่สมควรสำหรับกีฬาแต่ละประเภท

5. บริหารร่างกายในสถานที่ที่มีอากาศถ่ายเทได้สะดวก

6. ควรจะออกแรงข้างหลังมื้อของกินอย่างต่ำ 1-2 ชั่วโมง

7. วอร์มอัพ 5-10 นาที ก่อนบริหารร่างกาย ด้วยการยืดเหยียดหยาม(stretching) เพื่อคุ้มครองปกป้องภาวการณ์ข้อติดที่พบได้บ่อยในคนไข้โรคเบาหวาน

8. ควรจะพกลูกกวาดหรือน้ำตาลเผื่อไว้ เมื่อรู้สึกวูบ ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำจะได้ดูแลรักษาพยาบาลเบื้องต้นพื้นฐานได้ทัน

ท่าบริหารร่างกาย

คนเจ็บโรคเบาหวานควรจะบริหารร่างกายยังไงดี 

ที่จริงแล้วคนป่วยโรคเบาหวานสามารถบริหารร่างกายได้หลายประเภท ขึ้นกับความพร้อมเพรียงของสภาพร่างกาย โดยแนวทางบริหารร่างกายของคนป่วยโรคเบาหวานก็มีดังตั้งแต่นี้ต่อไปเลยจ้ะ

– เดินบริหารร่างกาย ควรจะเดินให้ได้ 20-45 นาทีขึ้นไป ซึ่งจุดนี้ระดับอินซูลินจะเริ่มน้อยลง 

>> เดินบริหารร่างกายแต่ละนาที ร่างกายจะได้ประโยชน์ดีๆอะไรบ้าง 

– ขี่จักรยาน

– การบริหารร่างกายแบบแอโรบิก (ระดับปานกลาง) ขั้นต่ำ 150 นาทีต่ออาทิตย์ หรือทีละ 20-40 นาที อาทิตย์ละ 3-5 ครั้ง

– บริหารร่างกายสร้างเสริมความแข็งแรงของกล้าม ดังเช่นว่า การชูเวทเกร็งกล้าม การดึงยางยืด ขั้นต่ำ 2 วันต่ออาทิตย์ พร้อมกันไปกับการบริหารร่างกายชนิดอื่น เพื่อช่วยทำให้กล้ามและก็ระบบประสาทแข็งแรงขึ้น

ท่าบริหารร่างกาย

– โยคะ การบริหารร่างกาย

>> สร้างสมดุลให้ร่างกาย…กับท่าโยคะกล้วยๆทำเองถึงที่กะไว้บ้าน 

– ว่าย

ดังนี้ควรจะย้ำการบริหารร่างกายแบบเคลื่อนอย่างสม่ำเสมอ โดยหมดแรงชนหรือมีแรงชนต่ำ ดังเช่น การเดิน ขี่จักรยาน ว่าย รำไทเก๊ก โยคะ และก็การบริหารร่างกาย รวมทั้งควรเริ่มบริหารร่างกายแบบเบาๆก่อน แล้วก็ค่อยเพิ่มเป็นปานกลาง เพื่อร่างกายได้มีการปรับนิสัย ที่สำคัญควรจะบริหารร่างกายบ่อยๆอย่างสม่ำเสมอ ในขณะเดียวกันในทุกๆวัน เพื่อร่างกายกำเนิดความเคยชิน รวมทั้งเป็นการช่วยควบคุมระดับอินซูลินของร่างกายไปในตัว

ท้ายที่สุดเมื่อบริหารร่างกายเสร็จ คนไข้โรคเบาหวานควรจะกระทำการคูลดาวน์ 5-10 นาที เพื่อลดการบาดเจ็บ และก็สลายกรดแล็กติกที่ค้างอยู่รอบๆกล้าม จะช่วยทำให้ไม่เคยทราบสึกเมื่อยเนื้อเมื่อยตัวข้างหลังบริหารร่างกายจ้ะ

ท่าบริหารร่างกาย

ข้อพึงระวังสำหรับเพื่อการบริหารร่างกายสำหรับผู้เจ็บป่วยโรคเบาหวาน

คนที่มีปัญหาข้อหัวเข่า ข้อเท้า ควรจะเลี่ยงการบริหารร่างกายที่มีแรงชนอาทิเช่น การวิ่ง กระโจนเชือก ฯลฯ

ผู้เจ็บป่วยโรคเบาหวานที่มีลักษณะอาการชารอบๆปลายประสาทไม่สมควรวิ่งหรือกระโจน แต่ว่าน่าจะบริหารร่างกายด้วยการขี่จักรยานเพื่อช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดแล้วก็กระตุ้นปลายประสาท

คนเจ็บโรคเบาหวานจำพวกขึ้นตาควรจะหลบหลีกการบริหารร่างกายที่ใช้แรงต่อต้านมากมาย อย่างโยคะ หรือการกีฬายกน้ำหนัก

ถ้ามีโรคประจำตัวอื่นๆดังเช่นว่า โรคหัวใจ ความดันเลือดสูง ไม่สมควรบริหารร่างกายที่จำเป็นต้องใช้แรงมากมายๆรวมทั้งควรจะบริหารร่างกายตามความเหมาะสมภายใต้อำนาจบังคับของหมอ

ถ้าเกิดมีลักษณะแตกต่างจากปกติในระหว่างบริหารร่างกาย ดังเช่นว่า วูบหน้ามืด เหน็ดเหนื่อยเป็นอย่างยิ่ง หายใจแรง เวียนหัว ควรจะหยุดบริหารร่างกายในทันที แล้วก็ควรจะขอความเห็นหมอด้วยนะคะ 

แม้มีภาวการณ์โรคเบาหวานที่ยังควบคุมมิได้ หรือมีสภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ หรือโรคหัวใจขาดเลือดที่ยังควบคุมมิได้ ห้ามบริหารร่างกายโดยเด็ดขาด

อย่างไรก็แล้วแต่ ถ้าคุณเป็นคนป่วยโรคเบาหวานที่เคยมีลักษณะของสภาวะน้ำตาลต่ำ หรือเป็นคนป่วยโรคเบาหวานที่จำต้องใช้ยาอินซูลินอยู่เสมอ ควรจะมีการตรวจระดับน้ำตาลในเลือดก่อน ขณะ และก็ข้างหลังบริหารร่างกายและก็ควรจะขอคำแนะนำหมอก่อนบริหารร่างกายเพื่อที่จะได้ให้พวกเราเลือกออกพลังกายได้อย่างเหมาะควรกับร่างกายตนเอง อ๋อ ! ระหว่างบริหารร่างกายควรจะจิบน้ำเป็นระยะเพื่อคุ้มครองป้องกันภาวการณ์ขาดน้ำด้วยนะคะ 

ดังนี้การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดก็น่าจะจำเป็นต้องควบคุมเรื่องการกินอาหารด้วยกันด้วย โดยพวกเรามีแนวทางลดน้ำตาลในเลือดมาแชร์ต่อ ดังต่อไปนี้เลยจ้ะ

5 วัน ผู้หญิงทำประจำกระชับได้ตลอดตัว

สตรีที่ต้องการเล่นเวทแต่ว่าไม่เคยรู้จะเริ่มด้วยท่าเล่นเวทท่าไหนอย่างไร ก็อย่าพึ่งยอมแพ้ไปพบของอร่อยรับประทานแก้เซ็งเสียก่อนนะคะ เพราะเหตุว่าวันนี้กระปุกดอทคอมขอเอาอกเอาใจสาวอยากเล่นเวทเทรนนิ่งด้วย5 วัน ทำบ่อยเป็นประจำสักครู่หุ่นก็ดี๊ดีไม่รู้ตัว ! 

โดยโปรแกรมเล่นเวท 5 วันต่ออาทิตย์นี้จะเล่นเป็นส่วนๆไป รวมทั้งมีพัก24 ชั่วโมงจ้ะ อย่างวันจันทร์เล่นตอนขาและก็น่อง วันอังคารเน้นย้ำเล่นกล้ามเนื้อทรวงอก ตอนไหล่ รวมทั้งกล้ามไทรเซ็ปส์ วันพุธให้พักร่างหรือคนใดกันฟิตต้องการคาร์ดิโอก็ตามอัธยาศัย ส่วนวันพฤหัสบดีเล่นกล้ามเนื้อข้างหลังกล้ามไบเซ็ปส์ แล้วก็กล้ามพุง จบท้ายด้วยวันศุกร์ซึ่งจะกลับมาเล่นตอนขาตูด รวมทั้งน่องอีกรอบหนึ่ง 

ดังนี้เทคนิคของการเล่นเวทให้เห็นผลเป็น ควรจะทำท่าเล่นเวทอย่างสม่ำเสมอ บากบั่นอย่าสะดุด และก็ควรจะพัก 30-45 วินาทีเพียงแค่นั้น เพื่อเตรียมตัวสำหรับการเล่นเวทท่าถัดไปนั่นเอง อ๋อ ! แล้วก็เพื่อให้เกิดความปลอดภัยของกล้ามก็ควรจะวอร์มอัพด้วยการเดินบนทางวิ่งหรือจ๊อกกิ้งสัก 5นาที ก่อนเล่นเวททุกคราวด้วยนะคะ

ท่าเล่นเวทวันจันทร์ (ย้ำตอนขารวมทั้งน่อง)

1. บาร์เบล สควอท

– วางคานบาร์เบลบนบ่า ยืนให้เท้าห่างกันราว 4 นิ้ว หน้าดูตรง

– เบาๆย่อตัวลงในท่าสควอท หายใจเข้า และก็อุตสาหะให้ข้างหลังตรงคอตั้งราวกับท่าเริ่มต้น 

– พากเพียรหย่อนยานตูดลงให้สูงที่สุดเท่าที่จะไหว กับหายใจเข้าลึกๆรวมทั้งเบาๆยืดตัวคืนสู่ท่าเดิม นับเป็น 1 ชู พัก 30-45 วินาที แล้วเริ่มชูใหม่โดยการทำทั้งสิ้น 5 เซต เซตละ 12 ชู

2. ดัมเบล สควอท

– ยืนตรง กางขาเท่าตอนไหล่ ยืดมือที่ถือดัมเบลออกไปข้างหน้า 

– เบาๆย่อตัวลงมาในท่าสควอท โดยที่แขนยังคงดูหมิ่นเหยียดหยามตรงค้างท่าไว้ราว 20 วินาที แล้วยืดตัวกลับสู่ท่าเริ่ม นับเป็น 1 ชู ทำทั้งสิ้น 15ชูต่อ 1 เซต จนกระทั่งครบ 4 เซต

3. Walking lunges

– ยืนตรง โทรศัพท์เคลื่อนที่ดัมเบลทั้งสองข้าง แขนแนบลำตัว สูดลมหายใจเข้าลึกๆเป็นท่าตระเตรียม

– ก้าวขาไปด้านหน้าหนึ่งก้าว ในลักษณะตั้งฉากกับพื้น ขาอีกข้างอยู่ในแนวดิ่งฉากกับพื้นเหมือนกัน แขนยังเหยียดหยามตรงข้างลำตัว

– เบาๆยืดตัวกลับสู่ท่าตระเตรียม นับเป็น 1 ชู ทำทั้งปวง 15 ชูต่อ 1 เซตให้ครบ 4 เซต แล้วสลับทำขาอีกข้างอีก 4 เซตด้วยเหมือนกัน

4. Glutes Kickback

– เริ่มด้วยแนวทางการทำท่าพลิกก์ โดยวางศอกตรงกับหัวไหล่ ขาวางในแนวดิ่งฉากกับพื้น ปลายตีนเหยียดหยามตรงไปข้างหลัง

– ชูขาซ้ายขึ้นจากพื้น งอเข่าซ้ายตั้งฉาก โดยปลายตีนชี้ไปข้างหลัง เกร็งบั้นท้ายน้อย แล้วกลับสู่ท่าเดิม นับเป็น 1 ชู ทำอีกครั้งข้างละ 20 ชูต่อ 1เซต จนกระทั่งครบ 4 เซต

ท่าเล่นเวทวันอังคาร (เน้นย้ำเล่นกล้ามเนื้อทรวงอก ตอนไหล่ รวมทั้งกล้ามไทรเซ็ปส์)

1. วิดพื้น

– นอนคว่ำลงกับพื้น มือทั้งสองข้างวางไว้ระหว่างหัวไหล่ แล้วต่อจากนั้นดันร่างกายท่อนบนขึ้นแล้วมองดูตรงไปด้านหน้า สูดลมหายใจเข้าลึกๆ

– เบาๆหย่อนยานตัวท่อนบนลงมาจนกระทั่งสุด กับหายใจออก รวมทั้งมานะเกร็งลำตัวให้ทรวงอกห่างจากพื้นราวๆ 1 ฝ่ามือ ต่อจากนั้นดันตัวขึ้นไปให้สุดแขนอีกครั้ง นับเป็น 1 ชู ทำทั้งปวง 10 ชูต่อ 1 เซต จนถึงครบ 3 เซต

2. Shoulder Press

– ยืนตรง กางขากว้างเวิ้งเท่าตอนไหล่ โทรศัพท์เคลื่อนที่ดัมเบลขนาดพอดีไว้ทั้งสองข้าง ยกมือขึ้นเหนือหัว พร้อมสูดลมหายใจเข้า ขยับแขนให้ส่วนปลายดัมเบลสัมผัสกัน 

– ย่อแขนลงมาถึงระดับไหล่ ศอกทำมุมตั้งฉากกับพื้น ค้างท่าพร้อมสูดลมหายใจออก แล้วชูแขนกลับไปสู่ท่าเริ่ม นับเป็น 1 ชู ทำ 12 ชูต่อ 1 เซตจนกระทั่งครบ 3 เซต

3. Triceps Curl

– โน้มตัวลงวางหัวเข่าข้างหนึ่งไว้บนม้านั่งบริหารร่างกาย พร้อมทั้งวางมือด้านเดียวกันไว้บนม้านั่งเพื่อประคองตัว 

– มืออีกข้างถือดัมเบลขนาดพอดี โดยชูดัมเบลให้ศอกทำมุมตั้งฉากกับพื้น 

– ชูดัมเบลไปทางข้างหลัง โดยให้แขนดูหมิ่นเหยียดหยามตรงเสมอระดับหัวไหล่ ทำใหม่ข้างละ 4 เซต เซตละ 12 ครั้ง 

ท่าเล่นเวท

4. One Arm Dumbbell Row

– โน้มตัวลงวางหัวเข่าข้างหนึ่งไว้บนม้านั่งบริหารร่างกาย พร้อมทั้งวางมือฝ่ายเดียวกันไว้บนม้านั่งเพื่อประคองตัว 

– มืออีกข้างถือดัมเบลขนาดเหมาะมือไว้ข้างลำตัว แขนเหยียดหยามตรง 

– ชูดัมเบลขึ้น โดยให้ศอกทำมุม 45 องศา แล้วสลับทำอีกข้าง ทำทั้งปวงข้างละ 3 เซต เซตละ 15 ชู 

วันพุธพักผ่อนกล้าม

หรือคนไหนต้องการลดความอ้วน รีดไขมันออกมาจากร่างเร็วๆจะบริหารร่างกายแบบคาร์ดิโอร่วมไปด้วยก็ได้ โดยสามารถคาร์ดิโอได้ตามนี้เลยแรง

– คาร์ดิโอ แนวทางบริหารร่างกายดีๆได้ทั้งยังฟิตแอนด์เฟิร์ม กระตุ้นหัวใจให้แข็งแรง 

– 9 สไตล์คาร์ดิโอที่บ้าน รู้เรื่องฟิตที่ไม่สิ้นเปลืองค่าพาหนะสักบาท !

– Cardio dance แนวทางลดความอ้วนสุดสนุก เบิร์นกันแบบสายตึ้ด !

ท่าเล่นเวทวันพฤหัสบดี (เล่นกล้ามเนื้อข้างหลัง กล้ามไบเซ็ปส์ และก็กล้ามท้อง)

ท่าเล่นเวท

1. ท่าขี่จักรยานอากาศ (Bicycle Crunch)

– นอนหงายกับพื้น ผสานมือทั้งยัง 2 ข้างไว้ข้างหลังกำดัน ชูส้นตีนขึ้นจากพื้นราว 1 คืบ แล้วเกร็งท้อง

– บิดตัวให้ศอกขวาสัมผัสกับหัวเข่าซ้าย โดยในตอนที่บิดตัวให้ชูหัวเข่าซ้ายขึ้นมาด้วย ค้างท่าไว้ราวๆ 1-2 วินาที

– คลายท่า สลับข้างโดยชูหัวเข่าซ้ายไปแตะต้องที่หัวเข่าขวา ทำอีกครั้งทั้งสิ้น 3 เซต เซตละ 15 ครั้ง

2. Dumbbells lateral raise

– น้อมตัวไปด้านหน้าโดยรักษาระดับแผ่นข้างหลังให้ขนานไปกับพื้น มือทั้งคู่ถือดัมเบลเหยียดตรงลงไปที่พื้น 

– ชูแขนกางออกให้สูงขึ้นยิ่งกว่าหัวไหล่อย่างช้าๆแล้วจึงเบาๆเอาลง นับเป็น1 ครั้ง ควรจะทำท่านี้ให้ได้ 15 ครั้งต่อ 1 เซต ทำทั้งหมดทั้งปวง 4 เซต

3. Single Leg Raise 

– นอนหงาย ชันเข่า เท้าแนบไปกับพื้น พร้อมกับวางแขนทั้งสองข้างแนบลำตัว ฝ่ามือแนบกับพื้น

– ชูขาข้างซ้ายขึ้นเหยียดตรง ปลายตีนชี้ขึ้นข้างบน พร้อมด้วยชูลำตัวขึ้นจากพื้นด้วย ค้างท่าไว้ราว 10 วินาที แล้วพอหลังจากนั้นก็ค่อยๆลดตัวกลับสู่ท่าเริ่ม 

– สลับทำข้างละ 4 เซต เซตละ 15 ครั้ง

4. Dumbbell Biceps Curl

– ยืนตัวตรง กางขาห่างเท่าตอนไหล่ ในโทรศัพท์มือถือดัมเบลขนาดเหมาะสมไว้เบื้องหน้าขา โดยมืออยู่ในท่าหงายขึ้น งอศอกบางส่วน 

– หายใจออกแล้วออกแรงชูดัมเบลขึ้นราวๆ 135 องศา (ดัมเบลอยู่ตรงตอนอก) เกร็งแขนอย่าให้ดัมเบลหรือข้อมือสัมผัสกับต้นแขนข้างบน นับเป็น 1 ชู ทำทั้งสิ้น 12 ชูต่อ 1 เซต จนถึงครบ 3 เซต

ท่าเล่นเวทวันศุกร์ (เน้นย้ำตอนขา ตูด และก็น่อง)

1. ท่า Smith Machine Squat

– ปรับระดับบาร์เบลให้สูงพอดิบพอดีกับตอนไหล่ และก็ยืนอยู่ ณ ครึ่งหนึ่งจุดกึ่งกลางของเครื่องเล่น แยกขาให้พอดิบพอดีกับตอนไหล่แล้วก็ให้ข้างหลังตั้งฉากกับพื้น สูดลมหายใจเข้าลึกๆ

– เมื่ออยู่ในท่าจัดแจง บาร์เบลวางอยู่บนข้างหลัง ให้เบาๆย่อตัวลงกระทั่งขาขนานกับพื้น หายใจออก

– เบาๆยืดตัวขึ้นโดยใช้หน้าขาออกแรงดันบาร์เบล โดยอุตสาหะให้ลำตัวข้างหลัง อยู่ในแนวดิ่งฉากกับพื้นเสมอ รวมทั้งยืดตัวเพื่อกลับสู่ท่าจัดแจงนับเป็น 1 ชู ทำทั้งปวง 15 ชูต่อ 1 เซต และก็ทำต่อกระทั่งครบ 4 เซต

2. ท่าชูบั้นท้าย (Hip raises)

– นอนหงาย ข้างหลังแนบกับพื้น ชันเข่าขึ้น แขนวางแนบลำตัว

– เบาๆชูบั้นท้ายขึ้นให้ตูดอยู่ห่างจากพื้นราวๆ 1-2 คืบ รวมทั้งค้างท่าไว้ 10วินาที 

– เบาๆปลดปล่อยลมหายใจพร้อมด้วยคืนสู่ท่าเริ่ม ทำทั้งสิ้น 3 เซต เซตละ20 ครั้ง

3. ดัมเบล สเต็ปอัพ

– ยืนตรงหันเข้าบันได พื้นต่างระดับ หรือเก้าอี้ตัวเล็ก มือ 2 ข้างถือดัมเบลหรือขวดน้ำพอดิบพอดีมือ

– ก้าวเท้าขวาขึ้นไปวางข้างบน เท้าซ้ายอยู่ที่พื้น แล้วเขย่งตัวขึ้นไปตามเท้าขวา แล้ววางเท้าซ้ายลง

– ทำใหม่ข้างละ 15-20 ครั้ง ทั้งปวง 3 เซต

4. Skater Lunge

– ยืนตรง ปลายตีนอยู่ห่างกันเท่าตอนไหล่ โทรศัพท์เคลื่อนที่ดัมเบลหรือขวดน้ำขนาดพอดิบพอดีมือ

– ก้าวเท้าซ้ายขัดไปข้างหลังแล้วย่อตัวลงจนกระทั่งสุด แต่ว่าอย่าให้หัวเข่าสัมผัสพื้น แล้วก็แขนยังคงเหยียดหยามตรงข้างลำตัว

– ยืดตัวขึ้น ทำใหม่ทั้งหมดทั้งปวง 3 เซต เซตละ 15 ครั้ง

ผู้หญิงคนใดกันต้องการจะเล่นเวท สร้างกล้ามท้อง ฟิตหุ่นให้สตรองเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ก็อย่าช้านะคะ จัดไปกับโปรแกรมเล่นเวท 5 วันตามนี้เลยแรง