อันตรายจากการชาร์จโทรศัพท์มือถือข้ามคืน

อันตรายจากการชาร์จโทรศัพท์มือถือข้ามคืน

หลายคนเคยชินกับการชาร์จสมาร์ทโฟนเสียบทิ้งไว้ตอนกลางคืน โดยไม่ทราบว่าเป็นพฤติกรรมที่อันตราย ส่งผลเสียต่อแบตเตอรี่ ทำให้เสื่อมเร็ว อายุการใช้งานสั้นลง และเสี่ยงเกิดความร้อนสะสมในตัวแบตเตอรีจนลุกไหม้ในขณะที่ทุกคนในบ้านนอนหลับ นิสัยบางคนจะชอบเข้าเว็บ livescore888 แล้วเปิดผลบอลดูทิ้งไว้พร้อมกับชาร์จมือถือคาไว้ โดยทั่วไปอายุการใช้งานแบตเตอรี่โทรศัพท์มือถืออยู่ที่ 2-3 ปี เมื่อเวลาผ่านไปแบตเตอรี่เริ่มเสื่อมสภาพ สังเกตได้ว่าเริ่มหมดไฟเร็วหลังจากใช้งานไปได้ประมาณ 1 ปี หลายคนตัดสินใจเปลี่ยนมือถือใหม่ไปเลยแทนที่จะเปลี่ยนแบตเตอรี่ การดูแลรักษาแบตเตอรี่ดี ๆ จะยืดอายุใช้งานยาวนานและใช้ประโยชน์สูงสุดจากแบตเตอรี่ได้อย่างคุ้มค่า เราจะรู้อายุของแบตเตอรี่ได้อย่างไร ผู้ผลิตระบุอายุขัยของแบตเตอรี่ผ่านจำนวนรอบการชาร์จซึ่งปกติแล้วจะมีจำนวนระหว่าง 300-500 รอบ ก่อนที่จะเริ่มสูญเสียประจุและเสื่อมสภาพลงจนต้องเปลี่ยนใหม่ในที่สุด แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนเป็นประเภทที่ได้รับความนิยมมาก มีทั้งแบบชาร์จเร็วเพื่อความสะดวกและชาร์จแบบช้าเพื่อเพิ่มอายุการใช้งานยาวนานขึ้น เมื่อเทียบกับเทคโนโลยีแบตเตอรี่ทั่วไป นอกจากสมาร์ทโฟนแล้ว แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนยังพบได้ในอุปกรณ์ไฟฟ้ามากมายไม่ว่าจะเป็นแล็ปท็อปและแท็บเล็ต อุปกรณ์ทางการแพทย์ จักรยานไฟฟ้า เลื่อยไฟฟ้า เครื่องมือกล หรือแม้แต่รถยนต์เทสล่า วิธีดูแลแบตเตอรี่สมาร์ทโฟน แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนทำงานได้ดีเมื่อประจุไฟฟ้าอยู่ระหว่าง 65%-75% ถ้ารักษาระดับแบตเตอรี่ให้อยู่ในช่วงนี้จะยืดอายุแบตเตอรี่ให้ยาวนานมากขึ้น หากรู้สึกว่าไม่สะดวก เปลี่ยนเป็นช่วงประมาณ 25%-80% แทนก็ได้ ไม่ควรเสียบชาร์จตอนนอนหลับ เปลี่ยนเป็นชาร์จหลังจากตื่นนอน ระหว่างทำงาน หรือดูทีวีในตอนเย็น การชาร์จอุปกรณ์ใช้เวลารอบละหนึ่งชั่วโมง แต่ถ้าเสียบปลั๊กทิ้งไว้ในขณะหลับนานหลายชั่วโมง ประจุไฟฟ้าจะเกินระดับ 80% แน่นอน นอกจากจะไม่ช่วยยืดอายุแบตเตอรี่แล้ว การชาร์จนานข้ามคืนทำให้แบตเตอรี่สะสมพลังงานไว้มากและไม่มีที่ไปจะเกิดความร้อนสูงทำให้ลุกไหม้หรือเกิดระเบิดได้ อาจเป็นอันตรายร้ายแรงในกรณีที่วางโทรศัพท์ไว้ใกล้ที่นอน …

5 โรคยอดฮิตที่มาพร้อมพฤติกรรมติดสมาร์ตโฟน

5 โรคยอดฮิตที่มาพร้อมพฤติกรรมติดสมาร์ตโฟน

ต้องยอมรับเลยว่าปัจจุบันสมาร์ตโฟนกลายเป็นอุปกรณ์สื่อสารที่ไม่ว่าใครก็ขาดไม่ได้ เพราะสมาร์ตโฟนถูกพัฒนาให้ทำได้มากกว่าการโทรติดต่อสื่อสาร แต่ยังสามารถพูดคุยผ่านแชท อีเมล ถ่ายภาพ ถ่ายวิดีโอ ดูหนัง ฟังเพลง ท่องโลกโซเชียลมีเดีย ฯลฯ นั่นทำให้ไม่ว่าจะมองไปทางไหน ใคร ๆ ต่างก็หยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมาใช้งานเสมอ แต่รู้หรือไม่ว่าแม้สมาร์ตโฟนจะช่วยอำนวยความสะดวกในการดำเนินชีวิตมากเท่าไหร่ แต่สมาร์ตโฟนก็ก่อให้เกิดผลเสียได้ โดยเฉพาะผู้ใช้สมาร์ตโฟนต่อเนื่องเป็นเวลาหลายชั่วโมง โดยพฤติกรรมก้มหน้าเล่นสมาร์ตโฟนเป็นต้นเหตุของโรคหลายอย่างที่อาจนำมาซึ่งปัญหาสุขภาพในอนาคต 5 โรคยอดฮิตที่มาพร้อมพฤติกรรมติดสมาร์ตโฟน 1. โรควุ้นในตาเสื่อม สำหรับคนทำงาน เชื่อว่าแต่ละวันจำเป็นต้องใช้สายตาจ้องคอมพิวเตอร์มากพออยู่แล้ว ยิ่งหากมีพฤติกรรมเสพติดสมาร์ตโฟนจะยิ่งทำให้สายตาทำงานหนัก โดยเฉพาะการปิดไฟเล่นโทรศัพท์มือถือบ่อย ๆ ที่ในระยะยาวจะทำให้ดวงตาเริ่มพร่ามัว มองเห็นเป็นจุด ๆ หรือรู้สึกว่ามีหยากไย่ในตา แนะนำให้พักสายตาทุก 20-30 นาที เพื่อเลี่ยงโรคดังกล่าว 2. โรคนิ้วล็อก การกดสมาร์ตโฟนบ่อย ๆ ส่งผลให้เอ็นบริเวณนิ้วเกิดอาการบาดเจ็บ โดยเฉพาะบริเวณนิ้วโป้งเพราะเป็นนิ้วที่ต้องงอติดต่อเป็นเวลานาน ทำให้นิ้วเกิดอาการบวมจนเป็นสาเหตุทำให้นิ้วล็อก ซึ่งหากปล่อยไว้โดยไม่รักษาหรือไม่เลิกพฤติกรรมดังกล่าวจะทำให้เกิดปัญหาบริเวณนิ้วมือในระยะยาว 3. โรคนอนไม่หลับ โรคนอนไม่หลับ ไม่ได้เกิดจากความเครียดหรือความวิตกกังวลเท่านั้น แต่ยังเกิดจากการติดสมาร์ตโฟน เนื่องจากแสงหน้าจอจะส่งผลต่อการหลั่งฮอร์โมนเมลาโทนินที่ส่งผลต่อการนอนหลับ จึงเป็นสาเหตุให้หลับยากหรือนอนหลับไม่สนิท 4. โรคซึมเศร้า ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าการติดสมาร์ตโฟนจะทำให้เกิดโรคซึมเศร้าได้ สาเหตุหลักคือการท่องโลกโซเชียลมีเดียมากเกินไปจนทำให้เกิดการเปรียบเทียบชีวิตคนอื่นกับชีวิตตนเองที่อาจไม่สวยหรูเท่า จนทำให้เกิดความวิตกกังวล …

4 เหตุการณ์สำคัญในสมัยรัตนโกสินทร์ที่ต้องรู้

4 เหตุการณ์สำคัญในสมัยรัตนโกสินทร์ที่ต้องรู้

ประวัติศาสตร์ถือเป็นหนึ่งในเรื่องราวที่สำคัญที่ควรจดจำ สิ่งที่ผ่านมาแล้วล้วนบอกเล่าถึงวิถีชีวิต สภาพการณ์ เรื่องราวตามยุคสมัยที่คนรุ่นหลังควรศึกษาและเรียนรู้ เพื่อประยุกต์กับการบริหารจัดการชีวิตและสังคมในยุคปัจจุบันได้อย่างดียิ่งขึ้น และหากเป็นสิ่งที่ไม่ต้องการให้เกิดปัญหาซ้ำรอย ก็จะได้เป็นบทเรียนที่ต้องระมัดระวังต่อไป ซึ่ง 4 เหตุการณ์ต่อไปนี้เป็นตัวอย่างเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นในช่วงสมัยรัตนโกสินทร์  1.สงครามเก้าทัพ พ.ศ. 2328 หลังจากที่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก (รัชกาลที่หนึ่ง) ได้สถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ขึ้น หลังจากนั้นสามปีก็มีสงครามเก้าทัพ ซึ่งนำทัพโดยพระเจ้าปะดุง-กษัตริย์ของประเทศพม่าพร้อมด้วยกำลังพล 144,000 คนโดยประมาณ ทั้งยังแบ่งกองทัพออกเป็น 9 ทัพ เพื่อเข้าโจมตีสยามเนื่องจากพระเจ้าปะดุง กษัตริย์ของประเทศพม่าหมายปองจะตีกรุงสยามให้แตกชิงกรุงรัตนโกสินทร์ในช่วงที่ยังไม่มั่นคงมาเป็นของตน จึงเป็นศึกที่ยาวนานที่ต้องอาศัยกำลังกายกำลังใจของไพร่พลอย่างยิ่ง เพราะหากสยามพ่ายสงครามเก้าทัพนี้ อนาคตของสยามคงยากที่จะฟื้นฟูกลับมาได้อีก 2.สนธิสัญญาเบาว์ริง พ.ศ. 2398 ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระองค์ทรงมีความปรารถนาอยากจะให้ประเทศไทยเปิดกว้างเข้าสู่สังคมนานาชาติ ตลอดจนมีการเจริญสัมพันธไมตรีค้าขายกับต่างประเทศมากยิ่งขึ้น ด้วยเหตุนี้การทำสนธิสัญญาเบาว์ริงในปี พ.ศ. 2398 กับอังกฤษจึงเกิดขึ้น ซึ่งสนธิสัญญาฉบับนี้ ส่งผลให้เศรษฐกิจของสยามกระเตื้องขึ้นในช่วงระยะเวลานั้น อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเราอยู่ในฐานะเป็นรอง จึงทำให้ประเทศไทย (สยามในขณะนั้น) เสียสิทธิ์ในการเก็บภาษีขาเข้า อีกทั้งยังเสียสิทธิสภาพนอกอาณาเขตด้วย 3.วิกฤตการณ์ ร.ศ. 112 เหตุการณ์นี้เป็นอีกหนึ่งในวิกฤตการณ์ที่ร้ายแรงของไทย เนื่องจากวิกฤตการณ์ ร.ศ 112 มีจุดเริ่มต้นมาจากที่ฝรั่งเศสลอบโจมตีป้อมและเรือรบในเขตปากน้ำเจ้าพระยา จากนั้นในปี พ.ศ. 2436 ฝรั่งเศสก็ประกาศปิดอ่าวไทย พร้อมยื่นข้อเรียกร้องให้ประเทศไทยยอมเสียดินแดนในฝั่งแม่น้ำโขง ซึ่งมีประเทศเวียดนามและเขมร พร้อมเงินจำนวน 3,000,000 ฟรังก์ให้แก่ฝรั่งเศส ซึ่งฝรั่งเศสไม่หยุดเพียงเท่านี้ ยังหวังจะครอบครองประเทศลาวและช่วงชิงเอกราชของไทย เพื่อให้ได้แม่น้ำโขงเส้นทางไปสู่ประเทศจีน เหตุการณ์เริ่มทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ห้า ทรงมอบเงินส่วนพระองค์ 10,000 ชั่ง สำหรับสร้างป้อมและซื้ออาวุธป้องกันประเทศเพื่อรักษาเอกราชให้ยังคงอยู่สืบไป 4.สงครามโลกครั้งที่ 2 …

ข้อดีของการปลูกพืชผักเป็นสวนอาหารในบ้าน

ข้อดีของการปลูกพืชผักเป็นสวนอาหารในบ้าน

พืชผักหลายชนิดปลูกกินเองที่บ้านได้ หากมีพื้นที่เล็ก ๆ ภายในบ้านอย่าปล่อยทิ้งไว้เปล่าประโยชน์ ลองพรวนดินทำแปลงผักหรือโรยเมล็ดพืชลงกระถางปลูกอาหารด้วยตัวเอง มาดูกันว่าการปลูกพืชผักสมุนไพรมีประโยชน์ด้านใดบ้าง 1.ผักปลอดสาร อุดมวิตามินและแร่ธาตุเพียงพอกับความต้องการการปลูกผักด้วยตัวเองทำให้ควบคุมคุณภาพของอาหารที่กินได้ เพราะเป็นคนรดน้ำ ใส่ปุ๋ย และไม่ใช้ยาฆ่าแมลงชนิดใด ปลูกในภาชนะที่ย้ายไปตามแสงแดดได้ รวมทั้งเลือกว่าจะปลูกแบบออร์แกนิกหรือปลูกพืชแบบไฮโดรโปนิกส์โดยไม่ใช้ดินทำให้ควบคุมวัชพืชและศัตรูพืชได้ง่ายขึ้น เด็ดรับประทานกันแบบสด ๆ อร่อยที่สุดและมีคุณค่าทางโภชนาการมากขึ้น 2.ใช้วัตถุดิบสดใหม่ปรุงอาหารแต่ละมื้ออาหารสดใหม่มีคุณภาพดีที่สุด ไม่มีอะไรจะดีไปกว่าพืชผักที่เก็บมาสด ๆ จากต้น บนโต๊ะอาหารจะมีความหลากหลายและดีต่อสุขภาพมากขึ้น พืชผักอุดมด้วยวิตามิน แร่ธาตุ และสารต้านอนุมูลอิสระ ความสดทำให้ผักมีความกรอบรสชาติดี คุณค่าทางโภชนาการสูง หากเป็นผักที่ซื้อจากตลาดหรือเก็บไว้นานจะสูญเสียความชื้นและคุณค่าของสารอาหารลดลง ถ้าลองได้ปลูกผักและเก็บเกี่ยวด้วยตัวเองจะรู้ได้เลยว่าสดอร่อยแค่ไหน 3.ทำสวนเป็นงานอดิเรก ดีต่อสุขภาพปลูกผักกินเองไม่ยากอย่างที่คิด ลองหาเวลาปลูกต้นกล้าผักที่ปลูกง่าย ๆ ดูแลไม่ยาก ช่วยกันจัดสวน ไปจนถึงทำสลัดผักและอาหารหลายเมนู สนุกกับการออกไปข้างนอกรับอากาศบริสุทธิ์ ออกกำลังกายรับแสงแดดทำให้ร่างกายแข็งแรง ระบบภูมิคุ้มกันดีขึ้น ลดความเครียดได้ เหมาะกับทุกคนในครอบครัว รดน้ำดูแลสวนใช้เวลาประมาณ 30 นาทีทุกวันช่วยให้นอนหลับสนิทดีขึ้น 4.ปลูกผักสวนครัวสวย ๆ ทำให้บ้านน่าอยู่สวนผักปลอดสารพิษสวยงามออกดอกและผลดึงดูดแมลงบินมาตอมและผสมเกสร สร้างสีสันเติมความมีชีวิตชีวาให้บ้านน่าอยู่ขึ้น ไม่ว่าจะเป็นบ้านจัดสรรที่มีพื้นที่ข้างบ้านค่อนข้างแคบทำแปลงผักแนวยาวเลาะไปตามรั้วและกำแพงได้ หรือทาวน์เฮาส์พื้นที่จำกัดจัดแต่งมุมสวนครัวเล็ก ๆ มีพื้นที่รับแสงแดดพอประมาณทำให้พืชผักงอกงามและเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ 5.ประหยัดค่าใช้จ่ายหลายด้านการปลูกผักเองทำให้ประหยัดเงินค่าอาหารเหมาะสำหรับบ้านที่มีพื้นที่พอสมควร ต้องการใช้วัตถุดิบเท่าไรเก็บเกี่ยวเท่านั้น ไม่ต้องซื้อมาเก็บในตู้เย็นซึ่งหลายครั้งที่ใช้ไม่หมดเก็บไว้นานจนเน่าเสีย นอกจากผักผลไม้ปลูกเองมีต้นทุนถูกกว่าซื้อในร้านขายของชำหรือซูเปอร์มาเก็ตแล้ว …

ปัญหาที่คุณอาจต้องเจอหลังการเล่นหวย

ปัญหาที่คุณอาจต้องเจอหลังการเล่นหวย

การเล่นหวยเป็นการเสี่ยงโชคแบบผิดกฎหมาย ที่มีคนมากมายกำลังเข้ามาสู่วงการนี้ ในอดีตเราจะรู้จักกันแค่หวยใต้ดินที่ต้องจดตัวเลขแล้วแอบซื้อกันแบบเงียบ ๆ แต่ในปัจจุบันมีการทำเป็นระบบบนเว็บไซต์ จำพวกเล่นหวยออนไลน์ หวยพนันฟุตบอล ฟันธงบอล หวยหุ้น ฯลฯ หากคุณเข้ามาเกี่ยวข้องกับการเล่นหวย ก็อาจพบปัญหาตามมา ดังนี้ เป็นโรคติดหวย การติดหวยไม่ใช่เพียงพฤติกรรม แต่เป็นภาวะป่วยทางใจ ที่ไม่ต่างจากการติดยาเสพติด เกิดการหลั่งสารเคมีในสมองที่ผิดปกติไป ทำให้เกิดความติดใจความสนุกที่ได้ลุ้นหรือเสี่ยงโชคชนิดที่หยุดไม่ได้ การรักษาจำเป็นต้องพบจิตแพทย์เพื่อประเมินการใช้ยา ร่วมกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เป็นหนี้สินจากการหยิบยืม มีคนจำนวนไม่น้อยเป็นหนี้เพราะยืมเงินเพื่อนไปซื้อหวย หรือหากติดงอมแงมก็จะไปดาวน์รถเพื่อขาย เปลี่ยนเป็นเงินมาเสี่ยงโชคหวย อันเป็นเรื่องที่อันตรายมาก เพราะเท่ากับเสียทรัพย์ไปกับเรื่องที่ไม่สมควร และเกิดภาระหนี้สินตามมาเป็นปัญหาครอบครัวและกระทบต่อความสัมพันธ์ของเจ้าของเงินที่คุณยืมด้วย ถูกมิจฉาชีพใช้เอกสารในทางที่ผิด ในปัจจุบันมีมิจฉาชีพที่ขอสำเนาบัตรประชาชนและสำเนาบัญชีธนาคารจากคนที่อยากเล่นหวยผ่านเว็บไซต์ ซึ่งมีคนเล่นหวยจำนวนไม่น้อยที่ไม่ได้รับเงิน แถมถูกเอาเอกสารนั้นไปแอบอ้างหลอกลวงคนด้วยการใช้เป็นบัญชีรับเงินขายของออนไลน์ ที่ไม่ได้มีการส่งสินค้าใด ๆ ด้วย ทำให้ผู้เป็นเจ้าของบัญชีได้รับความเสียหายและเสียชื่อเสียง โดยที่กลุ่มมิจฉาชีพยังลอยนวล ติดการเสี่ยงโชคมากกว่าชอบลงทุน หากมีใครอ้างว่าการเล่นหวยเป็นการลงทุนที่เสี่ยง แต่ได้ผลตอบแทนสูง ที่จริงแล้วต้องบอกว่ามันคือการเสี่ยงโชคที่ไม่ได้ใช้ความสามารถอย่างแท้จริงในการคิดวิเคราะห์อย่างมีเหตุผล จึงมีความเสี่ยงสูงมากที่จะสูญเงินทั้งหมดหรืออาจจะถึงขั้นติดลบได้หากต้องกู้ยืมมาเล่นหวย แตกต่างจากลงทุนในหุ้นหรือกองทุนต่าง ๆ ที่อย่างไรก็ไม่มีโอกาสติดลบ เป็นแบบอย่างที่ไม่ดี ในหลายครอบครัวที่มีคนติดพนัน เล่นหวย ซื้อลอตเตอรี่ มักทำให้ลูกหลานเห็นจนชินตา กลายเป็นพฤติกรรมเลียนแบบทำตามโดยเห็นเป็นเรื่องปกติ จึงเข้าสู่วงจรที่เสี่ยงต่อการสูญเงินและเป็นหนี้สินอย่างแก้ไม่ตก ปัญหาของการเล่นหวยมีหลายด้าน ทั้งต่อความสัมพันธ์ในครอบครัว เพื่อน …

รู้หรือยัง กินกล้วยมากเกินไปอันตรายต่อสุขภาพ

รู้หรือยัง กินกล้วยมากเกินไปอันตรายต่อสุขภาพ

กล้วยเป็นผลไม้ที่หลายคนชื่นชอบ กินง่ายถ่ายคล่องเหมาะกับการควบคุมน้ำหนัก ลดความดันโลหิตสูง ขจัดความเครียด แก้ท้องผูกท้องเสีย บำรุงเหงือกและฟัน ผิวพรรณเปล่งปลั่งมีน้ำมีนวล ช่วยป้องกันโรคโลหิตจางอีกด้วย กินกล้วยเป็นประจำดีต่อสุขภาพ แต่ถ้ากินมากเกินไปอาจเกิดผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพได้เหมือนกัน กล้วยเป็นอาหารเสริมที่ดีต่อสุขภาพ อุดมด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ ได้แก่ โปรตีน คาร์โบไฮเดรต ธาตุเหล็ก แคลเซียม ฟอสฟอรัส สารเบต้าแคโรทีน วิตามินซีสูง และสารต้านอนุมูลอิสระ แต่ทราบหรือไม่ว่ากินกล้วยมากเกินไปเกิดผลเสียอย่างไรบ้าง 1.กินกล้วยก่อนมื้ออาหารช่วยให้อิ่มท้องและควบคุมน้ำหนักได้ดีขึ้น แต่กล้วยมีคาร์โบไฮเดรต หากกินมากเกินไปทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดในร่างกายเพิ่มขึ้น อันตรายสำหรับผู้ที่ป่วยเป็นเบาหวาน ถ้างดมื้ออาหารกินกล้วยแทนข้าวย่อมเกิดผลเสีย สารอาหารในร่างกายไม่สมดุล ร่างกายคนเราต้องการอาหารหลากหลายประเภทในแต่ละวันเพื่อให้มีสุขภาพดีและร่างกายแข็งแรง แนะนำให้บริโภคพอเหมาะ 1-2 ผลต่อวัน 2.กินกล้วยช่วยในการขับถ่าย มีประโยชน์ต่อลำไส้และทางเดินอาหาร กล้วยสุกช่วยบรรเทาอาการท้องผูกได้ ในทางกลับกันถ้ากินกล้วยห่ามอาจทำให้ท้องผูก เนื่องจากกล้วยมีเส้นใยที่ละลายน้ำได้และฟรุกโตสที่มีความเข้มข้นสูง ถ้ากินกล้วยมากมีไฟเบอร์มากเกินไป ทำให้เกิดความผิดปกติในระบบย่อยอาหาร เกิดอาการอืดแน่นท้องทำให้ปวดท้องเพราะมีก๊าซในกระเพาะอาหารหรือลำไส้มากเกินไป 3.กล้วยมีสารบางอย่างที่ยับยั้งการทำงานหรือลดการดูดซึมของยารักษาโรคเข้าสู่กระแสเลือดและร่างกาย สำหรับผู้ที่รับประทานยาบางชนิดควรปรึกษาแพทย์ก่อนว่ารับประทานกล้วยได้หรือไม่ 4.ยางกล้วยมีสารเพคตินช่วยรักษาแผลในปาก และเคลือบกระเพาะอาหารป้องกันโรคกระเพาะและกรดไหลย้อน อย่างไรก็ดี บางคนแพ้สารเคมีในกล้วยหรือแพ้ยางธรรมชาติอาจเกิดปฏิกิริยาทำให้มีอาการแพ้ หัวใจเต้นเร็วขึ้นหรือช้าลง คลื่นไส้ หายใจติดขัด อาการคันที่ผิวหนัง เป็นสัญญาณบอกเหตุว่ามีอาการแพ้กล้วยรุนแรงและควรหยุดกินทันที นอกจากนี้การบริโภคกล้วยมากเกินไปอาจทำให้เกิดภาวะแพ้อาจรุนแรงเป็นเหตุให้หัวใจวายได้ ผู้ป่วยโรคภูมิแพ้หรือมีปัญหาระบบทางเดินหายใจไม่ควรกินกล้วย 5.กินกล้วยบ่อยหรือมากเกินไปอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพช่องปากและทำให้ฟันผุ เพราะกล้วยมีแป้งและน้ำตาลกรูโคสและฟรุกโตสซึ่งตกค้างบนผิวฟันเป็นอาหารโปรดของแบคทีเรียทำให้ฟันผุ …

5 วิธีช่วยทำให้คุณบริหารเวลาได้ดีขึ้น

5 วิธีช่วยทำให้คุณบริหารเวลาได้ดีขึ้น

การบริหารเวลา มีความสำคัญอย่างมากกับคนในทุกยุคทุกสมัย โดยเฉพาะผู้ที่ไขว่คว้าหาความสำเร็จ ถ้าต้องการทำให้ทุกนาทีถูกใช้ไปอย่างเป็นประโยชน์ คุณควรใช้วิธีช่วยทำให้สามารถจัดการกับเวลาของตัวเองได้ดีมากขึ้น ดังนั้นจึงขอแนะนำ 5 วิธีดังต่อไปนี้ 1.ทำตารางชีวิตการจัดตารางเวลาให้เป็นจะช่วยทำให้คุณสามารถเข้าใจถึงการบริหารเวลาที่ถูกต้องและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยให้คุณจัดตารางตั้งแต่ช่วงเช้ามาจนถึงช่วงก่อนนอน พร้อมระบุเวลาต่าง ๆ ไว้ให้ชัดเจนที่สุด มีการทำทุกกิจกรรมอย่างเคร่งครัด ห้ามเกินเวลาไปมากกว่าที่จัดตารางไว้ แต่ถ้าต้องเกินด้วยเหตุจำเป็นควรเกินไปเพียงแค่ 5-10 นาที เพื่อจะไม่ไปเบียดเวลาของการทำกิจกรรมอื่น ๆ ต่อไป 2.ทำทุกกิจกรรมอย่างตรงเวลาเมื่อมีตารางเวลาที่ชัดเจนแล้ว ควรบังคับตัวเองให้ทำทุกกิจกรรมอย่างตรงเวลามากที่สุด ไม่ควรกินเวลาของช่วงอื่น ๆ เพราะจะทำให้ชีวิตของคุณกลายเป็นคนผัดวันประกันพรุ่งได้ง่ายมากขึ้น ดังนั้นจึงต้องทำตามตารางอย่างเคร่งครัดที่สุด ถ้าภายในวันนี้ทำไม่ทัน​ ก็ให้คุณเพิ่มเวลาในวันต่อไปให้มากขึ้น แล้วจัดตารางให้ถูกต้องไปเรื่อย ๆ ซึ่งจะทำให้คุณสามารถวางแผนเรื่องกิจกรรมต่าง ๆ ให้เสร็จตรงตามเวลาได้ง่ายกว่าเดิม 3.กิจกรรมยามเช้าสำคัญที่สุดสำหรับผู้ที่ประสบความสำเร็จแล้วจะมองว่ากิจกรรมในยามเช้ามีความสำคัญมากที่สุด เพราะเป็นช่วงที่ร่างกายจะตื่นตัวและสามารถรับข้อมูลต่าง ๆ ได้ง่าย ถ้ากิจกรรมยามเช้าดีย่อมทำให้สมองสดใสและร่างกายแข็งแรงตลอดทั้งวัน ดังนั้นคุณจึงควรจัดตารางเวลาช่วงเช้าไว้รอ เช่น การอาบน้ำ, ออกกำลังกาย, การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์, การนั่งพัก, การอ่านหนังสือ หรือการฟังเพลงที่ทำให้คุณมีความสุขมากที่สุด 4.เตรียมพร้อมก่อนทำจริงสำหรับผู้ที่บริหารเวลาเป็นและมีแนวโน้มจะประสบความสำเร็จ มักจะเตรียมพร้อมในทุก ๆ เรื่องก่อนการทำจริงในวันต่อไปเสมอ เช่น การจัดตารางเวลา, การเตรียมอาหารเช้า, การเตรียมเสื้อผ้า …

พักผ่อนเต็มอิ่มด้วย 5 เทคนิคผ่อนคลายความเครียดช่วงก่อนนอน

พักผ่อนเต็มอิ่มด้วย 5 เทคนิคผ่อนคลายความเครียดช่วงก่อนนอน

เชื่อว่าหลายคนน่าจะทราบดีอยู่แล้วว่า อาการนอนไม่หลับส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาว เพราะจะทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย ความจำสั้น และไม่มีสมาธิ สำหรับสาเหตุยอดนิยมที่ทำให้คนนอนไม่หลับ ได้แก่ ปัญหาความเครียด เพราะฉะนั้นลองมาดูกันว่าจะมีวิธีอะไรที่ช่วยผ่อนคลายความเครียดช่วงก่อนนอนได้เป็นอย่างดีบ้าง 5 เทคนิคผ่อนคลายความเครียดช่วงเวลาก่อนนอน 1.กำหนดลมหายใจการกำหนดลมหายใจถือเป็นเรื่องง่ายสำหรับคนที่นั่งสมาธิเป็นประจำอยู่แล้ว โดยการกำหนดลมหายใจคือการหายใจเข้าและออกอย่างช้า ๆ และสม่ำเสมอ ซึ่งช่วยให้จิตใจจดจ่อกับลมหายใจ ทำให้มีสมาธิมากขึ้น ส่งผลให้อาการกังวลเรื่องต่าง ๆ น้อยลง หรือบางคนอาจใช้วิธีสวดมนต์ก็ได้เช่นกัน เพราะการสวดมนต์ทำให้จดจ่อกับบทสวด ซึ่งจะทำให้จิตใจผ่อนคลายและมีสมาธิ 2.จิบน้ำผึ้งผสมน้ำอุ่นเป็นที่ทราบกันดีว่าน้ำผึ้งธรรมชาติอัดแน่นด้วยประโยชน์มากมาย การผสมน้ำผึ้งประมาณ 1 ช้อนชากับน้ำอุ่นและดื่มก่อนนอนจะช่วยคลายความเครียดได้อย่างไม่น่าเชื่อ เพราะน้ำผึ้งจะทำหน้าที่กระตุ้นสมองให้หลั่งสารซีโรโทนินออกมา ส่งผลให้สมองผ่อนคลายจากเรื่องราวน่าปวดหัวได้เป็นอย่างดี 3.แช่น้ำอุ่นบ้านใครมีอ่างอาบน้ำแนะนำให้ใช้วิธีนี้เลย เพราะน้ำอุ่นจะช่วยให้ร่างกายผ่อนคลาย กระตุ้นการไหลเวียนของเลือด และทำให้รู้สึกสบายตัวรวมถึงสบายใจยิ่งขึ้น โดยควรใช้เวลาแช่น้ำอุ่นประมาณ 20-30 นาที หากเป็นไปได้อย่าลืมเลือกครีมอาบน้ำกลิ่นที่ทำให้ร่างกายผ่อนคลาย เพื่อความสบายมากยิ่งขึ้น 4.เปิดเพลงคลอเบา ๆเสียงเพลงนับเป็นตัวช่วยชั้นยอดสำหรับคนที่อยากหลับง่ายและต้องการผ่อนคลายความเครียดช่วงก่อนนอน ไม่ว่าจะเป็นแนวเพลงประเภทใดก็ฟังได้หากเป็นเพลงที่ชื่นชอบและฟังแล้วสบายใจ แต่ถ้าจะให้ดีแนะนำให้เป็นเพลงบรรเลงและหลีกเลี่ยงบทเพลงเร็วหรือบทเพลงจังหวะหนัก ๆ เพราะอาจทำให้ร่างกายตื่นตัวจนนอนไม่หลับก็เป็นได้ 5.เลือกใช้น้ำมันหอมระเหยตัวช่วยชั้นดีที่หลายคนนิยมนำมาใช้บำบัดจิตใจช่วงก่อนนอน ใช้งานง่ายเพียงจุด หยด หรือฉีดให้ฟุ้งในอากาศ สำหรับกลิ่นที่ออกแบบมาเพื่อการนอนหลับสบายคลายเครียด ขอแนะนำกลิ่นลาเวนเดอร์ ตัวช่วยให้ร่างกายและจิตใจสงบนิ่ง ลดความกังวล กลิ่นยูคาลิปตัส เพิ่มบรรยากาศผ่อนคลาย เพิ่มความสดชื่นให้แก่ห้อง …

4 เครื่องใช้ไฟฟ้าสุดล้ำ ที่คนยุคนี้ต้องมี

4 เครื่องใช้ไฟฟ้าสุดล้ำ ที่คนยุคนี้ต้องมี

เครื่องใช้ไฟฟ้า เป็นหนึ่งในตัวช่วยสำคัญที่ทำให้ทุกคนภายในบ้านใช้ชีวิตได้อย่างสะดวกมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเครื่องซักผ้า, จอโทรทัศน์ และเครื่องใช้ภายในครัว ที่สามารถทำให้คุณทำทุกกิจกรรมได้อย่างคล่องตัว แต่เมื่อนวัตกรรมเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของอุปกรณ์ไฟฟ้าต่าง ๆ และทำให้ล้ำสมัยมากขึ้น จึงตอบโจทย์การใช้งานของคนยุคนี้ได้ดีกว่าเดิม ดังนั้นลองมาดู 4 อุปกรณ์เกี่ยวกับไฟฟ้าที่ล้ำกว่าเดิมและคนยุคนี้ต้องรู้จัก คือ 1.จอทีวีอัจฉริยะหนึ่งในเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีความสุดล้ำมาเป็นอันดับต้น ๆ คือ จอทีวีอัจฉริยะที่นอกจากจะสามารถให้การดูช่องเคเบิ้ลตามปกติได้แล้ว ยังเชื่อมต่อสู่สัญญาณอินเทอร์เน็ตเพื่อรับชมรายการต่าง ๆ ภายในโลกออนไลน์ได้ทุกรายการ พร้อมสั่งการทุกอย่างผ่านทางสมาร์ทโฟนได้อย่างสะดวก ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนช่องหรือเปลี่ยนเรื่องราวใด นอกจากนี้ยังสามารถดึงคุณเข้าสู่ข่าวสารสำคัญต่าง ๆ อย่างรวดเร็ว หรือจะแบ่งครึ่งจอเพื่อดู 2 รายการพร้อมกัน รวมไปถึงการบอกพยากรณ์อากาศและข่าวเกี่ยวกับหุ้นหรือการลงทุนภายในจอเดียวกันได้โดยไม่มีสะดุดอีกด้วย 2.หุ่นยนต์รักษาความปลอดภัยหุ่นยนต์รักษาความปลอดภัยเป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมรุ่นใหม่ของคนยุคนี้ที่กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบของหุ่นยนต์กล้องวงจรปิดที่ถูกติดตั้งไว้จุดใดจุดหนึ่งของบ้าน โดยมีลักษณะคล้ายคลึงกับตุ๊กตาตั้งโชว์ทั่วไป แต่ภายในดวงตาของตุ๊กตาเป็นกล้องและเป็นเซ็นเซอร์ที่จะตรวจจับความเคลื่อนไหวทุกสิ่งอย่างแม่นยำ นอกจากนี้ยังถูกทำออกมาให้เป็นหุ่นยนต์แบบลูกบอลที่สามารถกลิ้งไปได้ทั่วบ้าน เพื่อการตรวจสอบความผิดปกติของสถานการณ์ภายในทุกซอกทุกมุมของบ้าน พร้อมการมีเซ็นเซอร์ที่จะตรวจจับความเคลื่อนไหวทุกส่วนได้แม่นยำที่สุด สามารถส่งเสียงเพื่อการพูดคุยกับผู้ที่อยู่ภายในบ้านหรือสัตว์เลี้ยงได้อีกด้วย 3.ผ้าม่านไฟฟ้าผ้าม่านไฟฟ้าจะช่วยให้ผู้ที่ไม่มีเวลาตากผ้าได้ใช้ชีวิตสะดวกมากยิ่งขึ้น เพราะคุณไม่จำเป็นต้องนำผ้าออกนอกบ้านในช่วงไม่อยู่อีกต่อไป เพียงแค่ตากผ้าไว้ใกล้กับหน้าต่างแล้วสั่งผ้าม่านไฟฟ้าผ่านทางระบบสมาร์ทโฟนหรือเป็นการตั้งเวลาไว้ เมื่อถึงเวลาแล้วรางผ้าม่านจะเปิดและปิดเองอัตโนมัติ เพื่อทำให้เสื้อผ้าของคุณได้รับแสงแดดอย่างเต็มที่ ดังนั้นจึงไม่ต้องเสี่ยงต่อเสื้อผ้าปลิวหายหรือถูกฝนแต่อย่างใด 4.เครื่องดูดฝุ่นอเนกประสงค์เครื่องใช้ไฟฟ้ายอดนิยมของยุคนี้ต้องยกให้กับเครื่องดูดฝุ่นอเนกประสงค์ ที่มาทั้งรูปแบบเครื่องอัตโนมัติ ดีไซน์สุดแสนน่ารักและมีความทันสมัย สามารถวิ่งได้ทั่วบ้านเพื่อตรวจจับและดูดฝุ่นอย่างรวดเร็ว ซึ่งในขณะเดียวกันเครื่องดูดฝุ่นแบบมีมือจับก็ถูกพัฒนาให้มีพลังการดูดมากขึ้น พร้อมรูปแบบการใช้งานที่หลากหลายกว่าเดิม ไม่ว่าจะเป็นมือจับดูดฝุ่นบนโต๊ะ, บนเบาะโซฟา, พรม หรือแม้กระทั่งเบาะในรถแบบหนึ่งเดียว …

วิธีเสริมสร้างบุคลิกภาพง่าย ๆ ให้ปังแบบสุด ๆ

วิธีเสริมสร้างบุคลิกภาพง่าย ๆ ให้ปังแบบสุด ๆ

ในทุกวันนี้การใช้ชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน การทำกิจกรรมภายนอกบ้าน เราคงหลีกเลี่ยงการที่จะพบปะผู้คนไม่ได้ เช่นนั้นแล้ว เรื่องของบุคลิกภาพจึงเป็นสิ่งที่มีความสำคัญมาก อย่างที่เราจะสังเกตเห็นได้ว่าคนที่มีบุคลิกภาพดี การวางตัวที่ดี มักจะมีความน่าสนใจ น่าที่จะทำความรู้จัก พูดคุยด้วยมากกว่าผู้ที่มีบุคลิกภาพไม่ดี ด้วยเหตุนี้เองการที่เรามีการพัฒนาตนเองเพื่อเสริมสร้างบุคลิกภาพให้ดียิ่งขึ้น จึงเป็นแนวทางที่เหมาะสมสำหรับทุกคน วิธีการแรกก็คือ การแต่งหน้า ทำผมให้ถูกต้องตามกาลเทศะและมีความเป็นตัวของตนเอง สาว ๆ หลาย ๆ คนที่ไม่ชอบแต่งหน้า ปล่อยหน้าสดเป็นประจำ ต้องบอกเลยว่าสำหรับนัดสำคัญ การทำงาน คงไม่เหมาะสมเท่าไหร่นัก รวมทั้งการปล่อยผมให้มีความยุ่งเหยิงอยู่ตลอด ก็จะทำให้เราดูไม่น่ามองและยังทำให้ดูไม่มีความพร้อม ขาดความเป็นมืออาชีพ โดยการแต่งหน้าสำหรับการใช้ชีวิตประจำวันนั้นไม่จำเป็นที่จะต้องแต่งหน้าเข้มเสมอไป เพียงแค่แต่งแต้มใบหน้าให้มีความสดใส มีสีสันมากขึ้นเท่านั้น เพื่อจัดระเบียบใบหน้าให้ดูสวยงามมีความลงตัวมากยิ่งขึ้น ยกตัวอย่างเช่น มีการทาแป้ง ปัดแก้ม เขียนคิ้ว ทาลิปสติกสีอ่อน ๆ ให้ใบหน้าดูไม่ซีดเซียวหรือดูโทรมจนเกินไป ในส่วนของทรงผมก็เป็นการเก็บผมให้เรียบร้อย ไม่ว่าจะเป็นการมัดผม หรือรวบผมครึ่งศีรษะ เป็นต้น หรือถ้าหากต้องการปล่อยผมก็ควรไดร์ผมให้เป็นทรงสวยงามเข้ากับใบหน้าของตนเอง วิธีการที่สองก็คือ การใส่เสื้อผ้าที่สะอาด ดูดี และเข้ากับตัวเอง การเลือกเสื้อผ้าให้เข้ากับรูปร่างของตัวเองถือเป็นสิ่งที่จะช่วยให้รูปร่างของเราดูดีขึ้น อย่างใครที่มีรูปร่างอวบไม่กล้าที่จะแต่งตัว เราสามารถเลือกเสื้อผ้าที่ช่วยอำพรางจุดบกพร่องต่าง ๆ แล้วเสริมจุดเด่นให้มากยิ่งขึ้น เช่น การเลือกเสื้อผ้าที่ไม่รัดรูปจนเกินไป …