Month: April 2022

อันตรายจากการชาร์จโทรศัพท์มือถือข้ามคืน

อันตรายจากการชาร์จโทรศัพท์มือถือข้ามคืน

หลายคนเคยชินกับการชาร์จสมาร์ทโฟนเสียบทิ้งไว้ตอนกลางคืน โดยไม่ทราบว่าเป็นพฤติกรรมที่อันตราย ส่งผลเสียต่อแบตเตอรี่ ทำให้เสื่อมเร็ว อายุการใช้งานสั้นลง และเสี่ยงเกิดความร้อนสะสมในตัวแบตเตอรีจนลุกไหม้ในขณะที่ทุกคนในบ้านนอนหลับ นิสัยบางคนจะชอบเข้าเว็บ livescore888 แล้วเปิดผลบอลดูทิ้งไว้พร้อมกับชาร์จมือถือคาไว้ โดยทั่วไปอายุการใช้งานแบตเตอรี่โทรศัพท์มือถืออยู่ที่ 2-3 ปี เมื่อเวลาผ่านไปแบตเตอรี่เริ่มเสื่อมสภาพ สังเกตได้ว่าเริ่มหมดไฟเร็วหลังจากใช้งานไปได้ประมาณ 1 ปี หลายคนตัดสินใจเปลี่ยนมือถือใหม่ไปเลยแทนที่จะเปลี่ยนแบตเตอรี่ การดูแลรักษาแบตเตอรี่ดี ๆ จะยืดอายุใช้งานยาวนานและใช้ประโยชน์สูงสุดจากแบตเตอรี่ได้อย่างคุ้มค่า เราจะรู้อายุของแบตเตอรี่ได้อย่างไร ผู้ผลิตระบุอายุขัยของแบตเตอรี่ผ่านจำนวนรอบการชาร์จซึ่งปกติแล้วจะมีจำนวนระหว่าง 300-500 รอบ ก่อนที่จะเริ่มสูญเสียประจุและเสื่อมสภาพลงจนต้องเปลี่ยนใหม่ในที่สุด แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนเป็นประเภทที่ได้รับความนิยมมาก มีทั้งแบบชาร์จเร็วเพื่อความสะดวกและชาร์จแบบช้าเพื่อเพิ่มอายุการใช้งานยาวนานขึ้น เมื่อเทียบกับเทคโนโลยีแบตเตอรี่ทั่วไป นอกจากสมาร์ทโฟนแล้ว แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนยังพบได้ในอุปกรณ์ไฟฟ้ามากมายไม่ว่าจะเป็นแล็ปท็อปและแท็บเล็ต อุปกรณ์ทางการแพทย์ จักรยานไฟฟ้า เลื่อยไฟฟ้า เครื่องมือกล หรือแม้แต่รถยนต์เทสล่า วิธีดูแลแบตเตอรี่สมาร์ทโฟน แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนทำงานได้ดีเมื่อประจุไฟฟ้าอยู่ระหว่าง 65%-75% ถ้ารักษาระดับแบตเตอรี่ให้อยู่ในช่วงนี้จะยืดอายุแบตเตอรี่ให้ยาวนานมากขึ้น หากรู้สึกว่าไม่สะดวก เปลี่ยนเป็นช่วงประมาณ 25%-80% แทนก็ได้ ไม่ควรเสียบชาร์จตอนนอนหลับ เปลี่ยนเป็นชาร์จหลังจากตื่นนอน ระหว่างทำงาน หรือดูทีวีในตอนเย็น การชาร์จอุปกรณ์ใช้เวลารอบละหนึ่งชั่วโมง แต่ถ้าเสียบปลั๊กทิ้งไว้ในขณะหลับนานหลายชั่วโมง ประจุไฟฟ้าจะเกินระดับ 80% แน่นอน นอกจากจะไม่ช่วยยืดอายุแบตเตอรี่แล้ว การชาร์จนานข้ามคืนทำให้แบตเตอรี่สะสมพลังงานไว้มากและไม่มีที่ไปจะเกิดความร้อนสูงทำให้ลุกไหม้หรือเกิดระเบิดได้ อาจเป็นอันตรายร้ายแรงในกรณีที่วางโทรศัพท์ไว้ใกล้ที่นอน …

5 โรคยอดฮิตที่มาพร้อมพฤติกรรมติดสมาร์ตโฟน

5 โรคยอดฮิตที่มาพร้อมพฤติกรรมติดสมาร์ตโฟน

ต้องยอมรับเลยว่าปัจจุบันสมาร์ตโฟนกลายเป็นอุปกรณ์สื่อสารที่ไม่ว่าใครก็ขาดไม่ได้ เพราะสมาร์ตโฟนถูกพัฒนาให้ทำได้มากกว่าการโทรติดต่อสื่อสาร แต่ยังสามารถพูดคุยผ่านแชท อีเมล ถ่ายภาพ ถ่ายวิดีโอ ดูหนัง ฟังเพลง ท่องโลกโซเชียลมีเดีย ฯลฯ นั่นทำให้ไม่ว่าจะมองไปทางไหน ใคร ๆ ต่างก็หยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมาใช้งานเสมอ แต่รู้หรือไม่ว่าแม้สมาร์ตโฟนจะช่วยอำนวยความสะดวกในการดำเนินชีวิตมากเท่าไหร่ แต่สมาร์ตโฟนก็ก่อให้เกิดผลเสียได้ โดยเฉพาะผู้ใช้สมาร์ตโฟนต่อเนื่องเป็นเวลาหลายชั่วโมง โดยพฤติกรรมก้มหน้าเล่นสมาร์ตโฟนเป็นต้นเหตุของโรคหลายอย่างที่อาจนำมาซึ่งปัญหาสุขภาพในอนาคต 5 โรคยอดฮิตที่มาพร้อมพฤติกรรมติดสมาร์ตโฟน 1. โรควุ้นในตาเสื่อม สำหรับคนทำงาน เชื่อว่าแต่ละวันจำเป็นต้องใช้สายตาจ้องคอมพิวเตอร์มากพออยู่แล้ว ยิ่งหากมีพฤติกรรมเสพติดสมาร์ตโฟนจะยิ่งทำให้สายตาทำงานหนัก โดยเฉพาะการปิดไฟเล่นโทรศัพท์มือถือบ่อย ๆ ที่ในระยะยาวจะทำให้ดวงตาเริ่มพร่ามัว มองเห็นเป็นจุด ๆ หรือรู้สึกว่ามีหยากไย่ในตา แนะนำให้พักสายตาทุก 20-30 นาที เพื่อเลี่ยงโรคดังกล่าว 2. โรคนิ้วล็อก การกดสมาร์ตโฟนบ่อย ๆ ส่งผลให้เอ็นบริเวณนิ้วเกิดอาการบาดเจ็บ โดยเฉพาะบริเวณนิ้วโป้งเพราะเป็นนิ้วที่ต้องงอติดต่อเป็นเวลานาน ทำให้นิ้วเกิดอาการบวมจนเป็นสาเหตุทำให้นิ้วล็อก ซึ่งหากปล่อยไว้โดยไม่รักษาหรือไม่เลิกพฤติกรรมดังกล่าวจะทำให้เกิดปัญหาบริเวณนิ้วมือในระยะยาว 3. โรคนอนไม่หลับ โรคนอนไม่หลับ ไม่ได้เกิดจากความเครียดหรือความวิตกกังวลเท่านั้น แต่ยังเกิดจากการติดสมาร์ตโฟน เนื่องจากแสงหน้าจอจะส่งผลต่อการหลั่งฮอร์โมนเมลาโทนินที่ส่งผลต่อการนอนหลับ จึงเป็นสาเหตุให้หลับยากหรือนอนหลับไม่สนิท 4. โรคซึมเศร้า ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าการติดสมาร์ตโฟนจะทำให้เกิดโรคซึมเศร้าได้ สาเหตุหลักคือการท่องโลกโซเชียลมีเดียมากเกินไปจนทำให้เกิดการเปรียบเทียบชีวิตคนอื่นกับชีวิตตนเองที่อาจไม่สวยหรูเท่า จนทำให้เกิดความวิตกกังวล …